Thinkering

ฟังชีวิต

posted on 01 Mar 2008 14:31 by pastelsalad  in Thinkering

 

 

เคยต้องมานั่งจัดภาพถ่ายในคอมจำนวนมหาศาลมั้ยครับ?

 

ไม่ว่าจะเป็นการจัดภาพจากกล้องดิจิตอลหลังไปเที่ยว ภาพที่เราวาด ภาพที่โหลดมาจากเน็ต เข้าโฟลเดอร์ แยกเป็นคอลเลคชั่นๆ

บางคนอาจจะไม่ค่อยชอบทำ แต่บางคนก็มีความสุขในการทำ แต่ที่สำคัญและขาดไม่ได้ คือ ACDsee (บางคนแนวหน่อยใช้ Picasa)

 

นายแบบ: รพินทร์ ไพรวัลย์ (aka พาสเทล สลัด)
ถ่ายภาพ: กล้องใครไม่รู้ กุจำไม่ได้
สไตลิสต์: Rohn Padmore
 
ใช้เวลาทำไม่นาน คลิกภาพดูพรีวิว แล้วก็จับโยนใส่โฟลเดอร์ที่ต้องการได้เลย ใช้เวลาภาพละสองวินาที มีร้อยภาพก็สองร้อยวินาที ไม่นับกรณีที่ดันไปเจอภาพโป๊เสียวสยิวที่แอบเอามาซุกไว้แล้วลืม ซึ่งในกรณีดังกล่าวอาจต้องใช้เวลาซูมสำรวจเพื่อความแน่ใจเป็นสิบวินาที ไม่นับเวลาที่ใช้ทำกิจกรรมหลังดูเสร็จ
 
...คือไปเดินจงกลมปลงกายเนื้อ อย่าคิดลึก
 
ทำไม่ยาก ทำไม่ยาก
 
 
 
แล้วเคยต้องมานั่งจัดไฟล์เพลง ไฟล์เสียงจำนวนมหาศาลมั้ยครับ?
 
ทีนี้ล่ะคุณเอ๊ย... ไม่ง่ายเหมือนไฟล์ภาพแล้ว 
ใครเคยทำเกมทำหนัง จะเข้าใจดี
 
เพราะภาพนั้นดูวิสองวิก็รู้ได้เลย ว่าภาพอะไร ใคร ที่ไหน (นางแบบชื่ออะไร จากเว็บไหน) แต่ไฟล์เสียงไฟล์เพลงนั้น ถ้าไม่มีเลเบลมาให้ ก็ต้องใช้เวลาฟัง ถึงแม้จะกดสกิปๆ แล้วก็เถอะ แต่ละเพลงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าห้าวินาที ยกเว้นเพลงที่ฟังบ่อยฟังนานจนเอียน อันนี้บางทีฟังครึ่งวิก็กด next ได้แล้ว
 
 
ตอนทดลองกดฟัง กดสกิปไปลงท่อนฮุค ท่อนโซโลเด่นๆ ก็ดีไป นึกได้ทันที แต่ถ้าซวยกดเจอแต่ท่อนเครื่องดนตรีจังหวะพัก ก็ซวยไป ต้องสกิปไล่หาต่อไปเรื่อยๆ
 
 
ที่การฟังเสียงมันเสียเวลากว่าการดูภาพ เพราะว่าเวลาเรามองภาพนั้น เราจะสามารถมองทุกจุดในภาพไปพร้อมๆ กันได้ และประมวลผลรวมทีเดียวเลย แต่ขณะที่เราฟังเสียง เราต้องใช้เวลา เพราะการที่เสียงแต่ละเสียงจะต่างกันนั้น ขึ้นอยู่กับลำดับเวลา นั่นคือ ถ้าวินาทีที่หนึ่ง เสียงดัง โด วินาทีที่สอง เสียงดัง เร เสียงที่ได้ยินก็จะเป็น โดเร แต่จะให้ได้ยินเสียงว่าโดเร เราต้องฟังทั้งสองวินาทีเรียงกัน ถ้าฟังจากหลังมาหน้า หรือเลือกฟังแค่วินาทีใดวินาทีหนึ่ง ก็จะได้ยินเป็นเสียงอื่นแทน ไม่ใช่โดเร
 
พูดเป็นภาษาวิชาการให้งง ก็ต้องเรียกว่า ภาพนั้นเป็น spatial domain แต่เสียงนั้นเป็น temporal domain ตรงนี้ใครเคยเรียนคณิตศาสตร์หรือวิศวะ คงเข้าใจ
 
จะหาทางช่วยให้จัดการได้เร็วขึ้น ถ้าไม่ใช้ทางลัดอย่างเลเบลแล้ว ก็อาจทำได้โดยการใช้ เวฟฟอร์ม (waveform) ดูประกอบ
 
 

 
เวฟฟอร์ม ก็คือการแทนลำดับการสั่นของเสียงให้ออกมาเป็นภาพ กราฟตรงไหนสูงๆ ตรงนั้นก็เสียงดัง ตรงไหนไม่มีลูกกราฟ ตรงนั้นก็คือ เสียงเงียบ
 
ถึงแม้มันจะไม่ช่วยให้รู้ได้ทันทีว่าเป็นเพลงอะไร เพราะภาพมันไม่ได้มาเคาะกระดูก ค้อน ทั่ง โกลน ของเราจริงๆ แต่อย่างน้อยเวฟฟอร์มก็ช่วยให้เรารู้ว่า ควรลองกดฟังตรงไหน ตรงไหนน่าจะเป็นช่วง instrumental ตรงไหนน่าจะเป็นช่วงคอรัสซ้ำๆ
 
จริงๆ แล้ว คนที่ทำงานด้านเสียง เห็นเวฟฟอร์มของไฟล์หนึ่งๆ ก็พอบอกได้เลยด้วยซ้ำ ว่านี่น่าจะเป็นเพลงประเภทไหน เมทัล ป็อป คลาสสิค เครื่องสาย เครื่องเป่า เครื่องเคาะ เสียงพูด เสียงเพลง หรือเสียงบรรยากาศ

ดังนั้น การใช้เวฟฟอร์ม ก็ช่วยให้เราจัดการไฟล์เพลงไฟล์เสียงได้เร็วขึ้น

 

ที่สำคัญ ไม่มีไฟล์เสียงโป๊มาเป็นอุปสรรคในการทำงานด้วย 

เอ่อ.. หรือว่ามี? ผมว่าใครฟังเสียงอย่างเดียวแล้วมีอารมณ์ทางเพศได้นี่ ค่อนข้างมีปัญหาแล้วนะครับ (เซ็กซ์โฟนมันยังมีการโต้ตอบเฟ้ย)

 

 

 

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนเริ่มสงสัยว่าผมจะขึ้นชื่อเอนทรี่ผิด

ยืนยันว่าไม่ได้ขึ้นชื่อผิดครับ เพราะ...

 

ชีวิตคนเรานั้นเหมือนไฟล์เสียง ไม่ใช่ไฟล์ภาพ

 

ไม่มีใครเกิดมา โดนหมอตบตูด ร้องอุแว้ แล้วบังเกิดการตรัสรู้ เข้าใจชีวิต เข้าในสรรพสิ่งได้ทันที ปรากฏแสงราศีเปล่งปลั่งจับเศียร หมอตกใจปล่อยตกพื้นแล้วมีดอกบัวมารองรับ

ชีวิตไม่เหมือนไฟล์ภาพ ที่เปิดมาดูแป๊บเดียวก็เข้าใจทั้งภาพแล้ว

 

เราเกิดมา ก็ต้องใช้ชีวิตตามเวลา ตามวัย ดำรงชีวิตไปเรื่อยๆ มีปัญญาและประสบการณ์จำกัดตามแต่วัยของเรา

  • ตอนเป็นเด็กก็วิ่งเล่นไปเรื่อยๆ ไร้กังวล (1-10 )
  • พอเป็นวัยรุ่นก็เริ่มต่อต้านสังคม หาความเป็นตัวของตัวเอง (11-20)
  • พอเรียนจบ ก็กระเสือกกระสนหางานทำ หาคู่ สู้ชีวิต (21-30)
  • พอเริ่มเข้าวัยกลางคน การงานเริ่มมั่นคง ก็มีลูก เลี้ยงลูก (31-40)
  • วัยทอง ก็ทะเลาะกับลูก บางคนก็เริ่มหมดไฟในการทำงาน บางคนก็ยังบ้างาน บางคนเริ่มตัณหากลับ (41-50)
  • วัยเกษียณ หลังจากลูกแยกตัวไป บางคนก็อยู่บ้านเลี้ยงเมียว บางคนก็เที่ยวทั่วโลก ใครซวยหน่อยลูกยังเกกมะเหรกเกเร ก็ต้องทำงานเลี้ยงลูกต่อไป (51-60)
  • วัยชรา บางคนก็เลี้ยงหลานแทนเมียว บางคนเริ่มเข้าสมาคมคนชรา หาเวลาว่างนั่งเคาะหมากรุก สนุกสนานไปวันๆ รอเวลาลง(จาก)โรง(ละคร) (60+)

 

ทุกคนก็ต้องใช้ชีวิตเป็นลำดับเวลาอย่างนี้ไปทุกคน ใครอายุยี่สิบจะลองลัดไปเล่นเป็นวัยเกษียณ ลองนั่งเลี้ยงเมียวกินบำนาญที่บ้าน ก็คงไม่ได้

ดังนั้น ไม่มีใครรู้ว่า เพลงชีวิตของตัวเองจะเป็นอย่างไร จะไพเราะ จะคึกคัก จะโศกเศร้า หรือจะฮาร์ดคอร์ขนาดไหน

เพราะทุกคนฟังเพลงตัวเองได้แต่ในช่วงเวลาปัจจุบัน และเคยรับรู้และได้ฟังมาแต่จังหวะในอดีต

 

ดังนั้น คนเราจึงมักบ่นสองอย่างนี้กันเสมอ

  • คิดถึงสมัยเด็กๆ /วัยรุ่น/ก่อนแต่งงาน/ก่อนมีลูก/ก่อนเลื่อนตำแหน่ง/ก่อนแก่ จัง ไม่ต้องมีความรับผิดชอบ/ไม่ต้องกังวล/ไม่ต้องเหนื่อย/ยังมีเรี่ยวแรง
  • ถ้ารู้ว่า การเรียน/ทำงาน/แต่งงาน/มีลูก/เกษียณ มันลำบากขนาดนี้ล่ะก็ รู้งี้ก่อนหน้านี้ เรียนพื้นฐานให้แน่น/เพิ่มทางเลือกหางาน/ลองดูนิสัยใจคอ/สร้างความมั่นคง/วางแผนเกษียณ ให้ดีกว่านี้ดีกว่า

 

เพราะว่า เรามักแต่จะฟังแต่ช่วงสั้นๆ ของชีวิตประจำวันของเรา ทั้งๆ ที่เพลงชีวิตของเรานั้นเป็นเพลงที่ยาวนานเป็นสิบๆ ปี ทำให้เราไม่เห็นภาพรวมของปัจจุบันของเรา

การจดจ่อกับชีวิตประจำวัน ก็เหมือนกับการฟังเพลงแค่ครึ่งวินาที ได้ยินแค่เสียง ติ๊ด ยากที่จะรู้ว่าช่วงชีวิตเราตอนนี้ เป็นจังหวะเพลงอีซี่ เป็นร็อค เป็นป็อป เป็นบอสซาโนวา หรือว่าเป็นคลาสสิค

ไม่รู้ว่าควรจะเอนจอยขนาดไหน ควรจะฟังมันส์ เต้นกระโดด พลิ้วร่ายรำ หรือเคร่งเครียดโกรธแค้นกับจังหวะที่โหมกระหน่ำดี

 

ทำให้เราต้องมาเสียดาย เมื่อเราพบว่าช่วงจังหวะที่จบไปแล้วนั้น จริงๆ มันคือ เพลงแด๊นซ์ ที่ควรจะเต้นประกอบอย่างเมามันส์ แต่ดันไม่ได้เต้น เพราะมัวแต่ฟังโน้ตทีละตัวอยู่

 

ประเด็นถัดมาก็คือ เรามักไม่รู้ว่า ช่วงจังหวะชีวิตของเราต่อไป จะเป็นจังหวะเพลงอะไร

ทำให้บางที เราเอาแต่เต้นละตินอย่างสนุกสนานเมามันส์ในช่วงหนึ่ง พอถึงช่วงจังหวะถัดมา ดันกลายเป็นเมทัลไปซะฉิบ ทีนี้จะเอาแรงที่ไหนไปกระโดดเฮดแบง เพราะดันเต้นเต็มเหวี่ยงไปหมดแล้วตอนฟังละติน

 

ไม่ได้เตรียมตัว ไม่ได้เก็บแรงเอาไว้ เผื่อในจังหวะถัดไป

 

แล้วก็ต้องมานั่งเซ็ง ดูคนอื่นกระโดดสนุกสนานกัน ในขณะที่ตัวเรานั่งปวดขาตุบๆ 

 

 

 

ทีนี้ ในเมื่อเพลงของชีวิตเรา ขึ้นอยู่กับจังหวะเวลา ที่ต้องใช้เวลาลองฟัง เราจะทำยังไงให้มองภาพรวมของเพลงเราได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาลองฟังทั้งหมด แล้วไปเสียดายตอนแก่?

 

 

ใช้เวฟฟอร์มสิครับ

 

 

เวฟฟอร์มของเพลงชีวิตนั้นหามาจากไหน?

จากคนที่เกิดมาก่อนเรา ได้ฟังเพลงชีวิตมาก่อนเราไงครับ

 

 

ความรู้จากบุคคลเหล่านี้ ได้มาทั้งในรูปของการสนทนา นั่งคุยกับผู้เฒ่าผู้แก่ ลุงป้าน้าอา พ่อแม่ หรือการอ่าน หนังสือประสบการณ์ชีวิต ปรัชญาชีวิต มุมมอง แนวคิดทั่วไป ของผู้ที่เกิดก่อนเรา

 

เวลาเราได้ยินคนแก่กว่าเราบ่นว่าเสียดายชีวิตก่อนหน้า เราก็มักจะตระหนักได้ ว่าเราใช้ชีวิตในตอนนี้ได้ไม่คุ้ม หรือคุ้มเกินไป

 

ดังนั้น ประสบการณ์ของผู้ที่ได้ฟังเพลงมาก่อนนี้ น่าจะถือเป็นของมีค่า ควรจะฝักใฝ่ศึกษา

 

เพลงหรือเสียงหนึ่งๆ หากเราไม่เคยฟังมาก่อน ก็ํเป็นการยากมากที่ใครจะบรรยายให้เราที่ไม่เคยฟังเข้าใจลักษณะของเสียงนั้นได้ จนกว่าเราจะได้ลองฟังเอง

การอ่าน หรือฟังคนแก่กว่าเราบรรยายหรือสั่งสอนเราเกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิต ก็เช่นเดียวกัน ฟังไปก็ใช่ว่าจะเข้าใจได้ทันที จนกว่าจะถึงเราจะได้ลองใช้ชีวิตส่วนนั้นดูเอง

 

แต่การที่เขาได้บรรยายลักษณะของเพลง ได้ให้เวฟฟอร์มเรามา ก็ทำให้เราพอจะเตรียมตัวได้ว่า

จังหวะช่วงไหนน่าจะเป็นดนตรีแนวอะไร

จังหวะช่วงไหนควรตั้งใจฟัง

จังหวะช่วงไหนควรเต้นตาม

จังหวะช่วงไหนควรออมแรงไว้

 

เราจะได้ดื่มด่ำกับเพลงชีวิตเราได้ตลอดเพลง

 

เพราะเพลงชีวิตนั้น ไม่สามารถสกิปกลับมาฟังท่อนที่ถูกใจได้เหมือน MP3 

 

 

 

PastelSalad View my profile

Favourites