สมัครทหารเถอะน้อง

posted on 09 Oct 2008 01:41 by pastelsalad  in SameShitDifferentDay

 

จริงๆ เอนทรี่นี้กะจะเขียนแนะนำให้แก่พวกน้องๆ พสวท. ครับ แต่คนอื่นๆ ก็อ่านได้เช่นกันโดยเฉพาะๆ น้องๆ ป.ตรี หรือ ปวส. ที่ไม่ได้เรียน นศท. ควรอ่านเป็นอย่างยิ่ง

 

ด้วยความขี้เกียจตอนม.ปลาย (หรือความจำเป็นอะไรก็แล้วแต่) อาจทำให้น้องหลายๆ คนกำลังเป็นกังวลในตอนนี้ เมื่อได้ยินคำว่า "เกณฑ์ทหาร"

 

อา มันคือความยุ่งยากโดยแท้ เป็นสิ่งน่ารำคาญที่ตามหลอกหลอนทุกๆ เดือนเมษายนของทุกปี ราวกับประจำเดือนของผู้หญิง แต่นี่คงต้องเรียกว่า "ประจำปี"

ไปผ่อนผันครั้งไหน ก็เจอชายไทยวัยฉกรรจ์มากมายถอดเสื้อนั่งๆ ยืนๆ ให้ทะมึนไปทั้งหน่วยตรวจเลือก ส่วนมากจะตัวดำๆ สักเต็มตัว นั่งล้อมวงกินเบียร์กินเหล้า สูบบุหรี่ฉุย (บางหน่วยมันในวัดนะนั่น) อา.. ช่างป่าเถื่อนอะไรเช่นนี้

 

 แล้วนี่ถ้าเกิดปีถัดๆ ไป กูต้องมาจับ เกิดได้ใบแดง ต้องไปอยู่กับไอ้พวกนี้ จะทำไงวะเนี่ย????

 

แถมเคยได้ยินเคยได้ฟังได้อ่านมา ว่าเป็นทหารเกณฑ์ ถูกทรมานสารพัด โหดร้ายทารุณ ไหนจะต้องไปใต้ไปชายแดนอีก ตายขึ้นมาไม่คุ้มอุตส่าห์เรียนสูงๆ

 

 ว่าแล้วก็กลับบ้านไปถามพ่อ ว่ามีเพื่อนเป็นสัสดีบ้างมั้ย อา...

 

 

 

อย่าเพิ่งคิดหลบเลี่ยงเลยครับน้อง

 

 

มาฟังพี่เล่าประสบการณ์ก่อน ประสบการณ์ตรงจากการสมัครเป็นทหารเกณฑ์ เป็นเวลาหกเดือน

ก่อนอื่นออกตัวก่อนว่า ที่ไปสมัครมานี้ ไม่ใช่เพราะไม่มีทางเลือก เช่น ฆ่าเวลารอหางาน ทำเรื่องผ่อนผันไม่ทัน อายุเกินผ่อนผัน หรือโดนบังคับให้สมัครเพราะไม่ได้เข้ารับการเกณฑ์ (หนีทหาร) จริงๆ แล้วตอนนี้พี่กำลังเรียนต่ออยู่ และไม่จำเป็นต้องผ่านการเกณฑ์ทหารด้วยซ้ำเพราะจะเข้าบรรจุหน่วยงานราชการทันทีที่จบ แต่ที่ไปสมัครนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะชอบด้านทหารอยู่บ้าง แต่จริงๆ แล้วที่ต้องการไป ก็เพราะอยากไปหาทักษะและประสบการณ์ เป็นเหตุผลส่วนตัวล้วนๆ เลยครับ ไม่ได้คิดถึงอุดมการณ์ว่าเป็นชายชาติทหารหรือต้องรับใช้ชาติแต่อย่างใด เพราะหกเดือนจะรับใช้อะไรได้นักหนาฟะ กินงบฝึกเปล่าๆ ด้วยซ้ำ

 

ตอนแรกก็กลัวครับ กลัวว่าฝึกโหด กลัวว่าลำบาก กลัวว่าอาจต้องไปรบจริงๆ นี่พูดตรงๆ เลย เพราะหน้าทีของเราในสังคมตอนนี้ ไม่ใช่การสละชีวิต เพราะกว่าจะถึงตรงนี้ได้ก็กินงบแผ่นดินภาษีชาวนาไปมากมายแล้ว (ม.รัฐ รัฐอุ้มค่าเล่าเรียนพวกเรานะครับ)

 

 

ที่สำคัญที่สุดคือ กลัวเพราะไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้าง

ซึ่งตรงนี้แหละ ที่พี่อาจจะช่วยน้องๆ ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-1-

 

 จะพูดถึงเกี่ยวกับรายละเอียดการสมัครก่อน เพื่อที่น้องๆ จะได้วางแผนชีวิตได้ถูก ไม่ต้องเสียเวลาอยู่ว่างๆ ก่อนหรือหลังเป็นทหาร เพราะช่วงหลังเรียนจบนี่ ถือเป็นอีกหัวเลี้ยวนึงของชีวิตเหมือนกัน

หลายคนอาจจะรู้แล้ว แต่จะย้ำอีกครั้ง เกี่ยวกับระยะเวลาประจำการ หรือเวลาที่เราต้องเป็นทหารนั่นเอง

  • ไม่มีวุฒิอะไรเลย จับใบแดง เป็นสองปี สมัคร ก็สองปี
  • วุฒิม. ๖ ปวช. จับใบแดง สองปี สมัคร ปีเดียว
  • วุฒิ ป.ตรี ปวส. จับใบแดง หนึ่งปี สมัคร หกเดือน

ซึ่งแ่น่นอนในที่นี้ เราจะพูดถึงการเป็นทหารหกเดือน

ในการขอลดสิทธิ์ (คือยื่นเรื่องขอหกเดือน) นั้น ต้องใช้เอกสารเกี่ยวกับวุฒิสองอย่าง คือ 

  1. ทรานสคริปท์ (หรือใบระเบียนผลการเรียน สำหรับปวส.) ซึ่งต้องเป็นทรานสคริปท์แบบ final เท่านั้น คือต้องมีเขียนว่า graduated on *date* ด้วย เป็นใบทรานสคริปท์จะจบไม่ได้ เอาไปทั้งตัวจริงและถ่ายเอกสาร (๓ ชุดขึ้นไป) ส่วนเป็นภาษาอังกฤษก็ไม่เป็นไร เพราะทางทะเบียนของทหารจะดูที่เอกสารต่อไปเป็นหลัก คือ
  2. ใบปริญญาบัตร (หรือใบประกาศฯ สำหรับปวส.) ที่รับกันในชุดครุยนั่นแหละครับ เอาตัวจริงไปด้วย (ไม่ต้องเอาไปทั้งหีบกำมะหยี่นะ ) พร้อมสำเนา ๓ ชุดขึ้นไป ถ้ามีใบปริญญาจะผ่านฉลุยไม่มีปัญหา แต่ถ้าไม่มี คือ เพิ่งจบเดือน มี.ค. ปีที่จะสมัครพอดี ยังไม่ได้รับปริญญา ก็ต้องใช้ ใบรับรองการเรียนจบ ซึ่งเซ็นโดยอธิการบดี เป็นใบรับรองจะจบไม่ได้ ซึ่งใบรับรองนี้ต้องใช้เวลาออกไม่ต่ำกว่าหนึ่งเดือน จึงแนะนำให้รีบๆ สอบโปรเจ็คท์ซะให้ทันเดือน ก.พ.  อย่าอู้ถึงปลายเดือน มี.ค. เพราะไม่ทันแน่ๆ ปัญหาอีกอย่างของใบรับรองจบนี้คือ สัสดีบางที่จะบอกว่า ใช้ไม่ได้ แต่ถ้าใบรับรองที่เรามีเซ็นโดยอธิการแล้ว ให้ยืนกระต่ายขาเดียวว่า ได้ เพราะที่เราต้องการจากสัสดีท้องที่ก็คือ ใบคำร้องขอลดสิทธิ เท่านั้น ส่วนเรื่องเวลาปลดนั้น คนที่ทำให้เราจริงๆ จะเป็นหน่วยทหารที่เราสังกัดหลังฝึกเสร็จ ถ้ามีปัญหาให้เอาใบรับรองนั้นไปให้หัวหน้าสัสดีในหน่วยคัดเลือกนั้นดู

จบแค่นั้นสำหรับเอกสาร สำหรับวิธีสมัครก็ไม่มีอะไร ถ้าทางมหาลัยยังส่งเรื่องผ่อนผันให้อยู่ ก็ไปสละสิทธิซะ แล้วก็รอสมัครตอนบ่าย โดยตอนที่เขาเรียกดูบัตรที่โต๊ะแรก ก็บอกเขาว่า ขอสมัคร แค่นั้นแหละ เราก็จะเท่ทันที เขาจะพาเราไปโต๊ะต่างๆ ยังกะ VIP ตรวจร่างกายเสร็จกรอกเสร็จก็กลับบ้านเลย ไม่ต้องรอนาน เหลือแต่ไปรอชะตากรรมที่บ้านอย่างเดียว

ที่สำคัญ คนที่สมัครสามารถเลือกเหล่าทัพและผลัดที่ต้องการได้ โดยเหล่าทัพก็มี

  • ทัพบก - ทบ. แน่นอน มีทุกจังหวัดอยู่แล้ว
  • ทัพเรือ - ทร. มีเกือบทุกจังหวัด ยกเว้นจังหวัดทางภาคเหนือจะมีน้อยมาก ส่วนโควต้าก็จะเอาแค่อำเภอละไม่ถึงสิบคน
  • ทัพอากาศ - ทอ. นานๆ มีที ส่วนมากจะเอาเฉพาะจังหวัดที่มีกองบินตั้งอยู่ ในกทม. จะเอาบ่อยหน่อย เพราะเขตทหารอากาศอยู่ดอนเมือง

ถ้าทบ. จะมีสองผลัดไม่แน่ใจเวลา แต่ผลัดแรก พ.ค. แน่นอน ส่วนทร. ซึ่งพี่เลือกไปนั้นมีสี่ผลัดดังนี้

  1. เข้าประจำการ พ.ค.  (ปลด 1 พ.ย. สำหรับพวกหกเดือน)
  2. ส.ค.
  3. พ.ย.
  4. ก.พ.

ส่วน ทอ. ไม่มีข้อมูลครับ

แน่นอนผลัดที่นิยมกันสำหรับพวกหกเดือน คือ ผลัดหนึ่ง เพราะสมัครเสร็จก็ไปเลย จะได้เสร็จไวๆ ไปสมัครงานหรือเรียนต่อได้ (โดยเข้าเรียนตอนเทอมสอง) แต่สำหรับใครที่วุฒิออกไม่ทันอย่างพี่ (ทำโปรเจ็คท์ช้า สม)  แต่มีโครงการเรียนต่อ ก็สามารถสมัครเรียนโทต่อได้เลย  ก็จะต้องดรอปแค่ตอนปีสองเทอมหนึงเทอมเดียวเท่านั้น ปลด 1 พ.ย. เสร็จก็ออกมาเรียนต่อได้เลย

 

สำหรับพี่นั้น ได้เลือก ทร. ผลัดหนึ่ง ปี ๕๑ ไป สาเหตุที่เลือก ทร. เพราะทหารเกณฑ์ทร. ทั่วประเทศนั้น จะต้องไปฝึกที่เดียวกัน คือ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งน่าสนุกว่า ทบ. ที่จะต้องฝึกที่ค่ายใกล้ๆ บ้าน เพราะศูนย์ฝึก ทบ. มีหลายที่ตามมณฑลทหารทั่วประเทศ และปีที่พี่สมัคร ไม่มี ทอ.

ที่สำคัญ กองทัพเรือไทย มีหน่วยนาวิกโยธิน ฮะฮ่า

 

 

บทต่อไป จะเป็นการเริ่มผจญภัย จากบ้านขึ้นรถไฟ ไปสัตหีบ เฮเฮ้ ทะเลบ้านเร๊า

 

 

 

เครดิตภาพจาก rotfaithai.com คร้าบ ฉึกฉัก ปู๊นๆๆ 
 
 
 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ตามอ่านครับตามอ่าน confused smile

#1 By Bickboon on 2008-10-09 04:24

ปูเสื่อรอเลยครับ แฮ่ะๆๆๆ
ผมเรียน รด. ครับ เลยไ่มเคยรับบรรยากาศเำกณฑ์ทหาร
สมุทรปราการบ้านผมก็รับทหารเรือเหมือนกัน
แต่ผมว่ายน้ำไ่มเป็น -_-"

เป็นข้อมูลที่ดีครับ

#3 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-10-09 11:37

Hot!

#4 By 1411 on 2008-10-09 16:49

แนะแนวน้องๆbig smile Hot!

#5 By V@R on 2008-10-09 23:46

แหมนี่ถ้าไม่ได้ไปจับใบดำมาก่อน อ่านแล้วอาจจะสมัครก็ได้นะ

#6 By monoguy on 2008-10-11 19:23

แค่รด ก็พอละครับบ บ

#7 By book on 2008-10-18 05:32

สวัสดีเพื่อน นย. + เพื่อนนักวิทยาศาสตร์

ผมแวะมาตามอ่านเหมือนกันครับ ผมเคยเอาที่ตัวเองเขียนไว้ใน Space ไปลงในเว็บของ The Nation ภายใต้ชื่อ bkkboy06 แต่ลงไปได้ไม่กี่ตอนก็ขี้เกียจเขียน (งานมันยุ่งด้วยแหละครับ)

สรุปว่านายสมัครไปตอนเรียน ป.โท ไปแล้วปีนึงเหมือนกันใช่ไหมเนี่ย โอ้ว พระเจ้าช่วย (แว่นเหมือนกันต่างหาก) sad smile

ว่าง ๆ แอด Hi5 เราได้นะ ใช้ชื่อเดียวกับ Space อ่ะแหละ

#8 By honjokun06 (202.28.169.166) on 2008-11-05 13:54

กริ๊ววว คงจะไม่ได้ไปรับใช้ชาติเช่นนั้น
ตอนแรกน้องชายก็มาคุยๆ บอกว่าจะเรียนร.ด.ดีไหม
ตอนนี้อยากแนะนำให้มันไปสมัครทหารบ้างแล้ว
ไม่ได้แย่อย่างที่คิดเลยค่ะ

#9 By kanone on 2008-11-27 15:39

เอ่อ...
กว่าจะตามหาเจอ....

ผมซับบาธนะครับ..
หวังว่าตอนนี้ยังคงสนุกกับชีวิตทหารอยู่นะครับเนี่ย....big smile

#10 By ซับบาธ... on 2008-12-05 20:42

ตามอ่านๆ

เป็นทหารเรือก็ดีนะ เผื่อได้ล่องเรือไปตามประเทศต่างๆ ว่าแต่ครูฝึกโหดมั้ยอ่ะ น่ารักด้วยเนอะ ฮ่าๆ cry
น่าสนใจมากครับ

คืออันที่จริงผมผ่านการเรียน รด. มาแล้ว
โอกาสหรือความต้องการที่จะข้องเกี่ยวกับวงการชายชาติทหารก็อาจเบาบางไปตามนั้น

ทว่าความรู้สึกตอนได้ไปเขาชนไก่ก็ยังประทับใจอยู่
ครับ - ให้ตาย รู้สึกแบบนั้นจริงๆ

วันสุดท้าย ในรถขากลับกรุงเทพ ผมตะหงิดๆว่า
"อืม บรรยากาศชีวิตแบบนี้ก็ไม่เลวนะ"
คิดเอาเฉยๆ แต่ไม่ได้ออกปากคุยกับใคร
เพราะท่าทางเพื่อนแต่ละคนจะเหมือนว่า
"ได้กลับบ้านซะที(โว้ย)"

อืม ก็คงเป็นเพราะได้ใช้ชีวิตอีกแบบนึงที่ได้คลุกคลีกับธรรมชาติดี
และเหล่าบรรดาทหารครูฝึกก็ดูหวังดี-จริงใจ
(เทียบกับนักศึกษาที่จำใจมา เพราะไม่อยากเกณฑ์ทหาร)


ยังไงก็ขอให้พี่มีสุขภาพใจและกายที่แข็งแรงสมบูรณ์
แล้วเอาเรื่องราวที่ได้ประสบพบเจอมาบอกเล่ากันอีกนะครับ

ขอบคุณ ขอบคุณ

#12 By skullman on 2008-12-09 21:31

ผมว่าก้อดีเปนมาริ2ปีได้เปนครูทหารด้วยhttp://serman25.exteen.com/question