สิ่งที่ยากที่สุดในภาษาอังกฤษ...
posted on 24 Feb 2008 01:07 by pastelsalad in BS
ฟัง? พูด? อ่าน? เขียน?
ฟังฝรั่งถามทาง? นำเสนอเชิงวิชาการ? อ่านข่าวเศรษฐกิจการเมือง? สอบโทเฟล โทอิก ซียูเทพ?
ไม่ใช่ !!
สิ่งที่ยากที่สุดในภาษาอังกฤษคือ...
การเล่นมุก!!
วันนี้ได้ไปเที่ยว (จริงๆ ต้องเรียกว่า ไป screwing around) กับเพื่อนใหม่มาครับ เป็นสาวรัสเซียผมแดง
เกิดมาไม่เคยเจอคนแบบนี้ ฮาโคตรๆ ฮานี่ไม่ใช่แค่เป็นคนตลก แต่ฮาแบบเข้ากระดูกสันหลังเลย
อารมณ์ประมาณเด็กๆ น่ะครับ คือ แววตาสุกใส เจออะไรก็เล่นไปหมด หัวเราะเสียงดังไม่อายหมูอายหมา สุดยอดไฮเปอร์ อยู่นิ่งๆ ไม่ได้
แหม่ ถูกชะตาเป็นอย่างมาก พูดภาษาใต้เขาเรียกว่า โท้กหรัดด๋วงเล่ย (ถูกริดสีดวงเลย)
นี่ถ้าไม่ติดว่ามีแฟนแล้ว จะจีบไปแล้วเนี่ย โถ่ว ช้าไปหนึ่งปี ง้ากกกกก
เพราะผมก็คล้ายกับเขาเลยครับ คือ ไฮเปอร์ อยู่ไม่นิ่ง เล่นเหมือนเด็กตลอดเวลา ใครที่เห็นผมขรึมๆ ยิงมุกเงียบๆ ตอนมีตติ้ง นั่นผมเก๊กวางฟอร์มครับ ฮ่าๆๆ ไปกับผู้ใหญ่เยอะแยะ ไม่กล้าวาดลวดลาย
เข้าประเด็นเสียที
จากการไปสครูวอราวด์เที่ยวนี้เอง ทำให้ผมตระหนักเลยว่า การเล่นมุกในภาษาอังกฤษ หรือภาษาที่ไม่ใช่ภาษาแม่นั้น ยากมากๆๆๆ
ต่อให้เก่งภาษาอังกฤษ สอบได้คะแนนเท่าไหร่ก็เถอะ ถ้าไม่เคยไปใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันจริงๆ จะเล่นมุกไม่ออกเลยครับ
ผมคิดว่าทักษะภาษาอังกฤษผมดีแล้วนะ (โทเฟล iBT เกือบเต็ม) แต่เอาเข้าจริงๆ เล่นมุกไม่ได้ ปล่อยหมัดไม่ออก
โดนชกถลุงอยู่ข้างเดียว
ทำไมน่ะรึ?
เพราะการเล่นมุกให้ตลกนั้น เนื้อหาของมุกมีความสำคัญแค่ 40% เท่านั้นเองครับ อีก 40% คือ น้ำเสียงและท่าทางของผู้เล่า และที่เหลือ 20% คือ จังหวะเวลา ที่สัมพันธ์กับสิ่งรอบตัว หรือบทสนทนาที่กำลังพูด
เช่น ขณะที่กำลังรถติด นั่งกันเงียบๆ ในรถ จู่ๆ ก็มีคนโพล่งขึ้นว่า "นี่นะ เราเคยอ่านจากหนังสือทะลึ่งมาว่า..." แล้วก็เล่าเรื่องตลกใต้สะดือที่เคยอ่านมาจากหนังสือทะลึ่ง ด้วยสีหน้าเรียบๆ คาดหวังว่าจะช่วยทำลายความเงียบในรถได้...
ถ้ามีคนขำก็โชคดีไป
แต่ถ้าขณะที่เพื่อนกำลังบ่นถึงเรื่องรถติด แล้วเราก็ดันนึกโจ๊กเกี่ยวกับรถติดมาได้ "นี่นะ จริงๆ แล้ว รถติดอย่างนี้นะ เราต้อง..." แล้วก็เล่าเรื่องใต้สะดือที่เกี่ยวกับรถติดไปด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น พร้อมกับทำท่าประกอบกับเพื่อนที่นั่งข้างๆ ไปด้วย
ใครไม่ขำก็แสดงว่ากำลังปวดขี้
ควรรีบปล่อยให้มันลงรถไปเข้าส้วมในห้างข้างทางด่วน
โอเค ทีนี้ ภาษาอังกฤษที่ไม่ชำนาญ ทำลายองค์ประกอบการเล่นมุกไปอย่างไร
1. คุณจะคลาดจังหวะการเล่นมุกไป
เพราะเมื่อคุณคิดมุกขึ้นมาได้ หากมุกที่คุณคิดขึ้นมา ดันเป็นมุกไทยๆ ในภาษาไทย แน่นอน... ว่าต้องใช้เวลาประมวลผลกลับเป็นภาษาอังกฤษ กว่าจะได้เช็ครูปประโยคว่าคนฟังเข้าใจแน่... ก็ ปรี้ด! หมดเวลา มุกตาย เขาเปลี่ยนเรื่องคุยกันไปแล้ว
ยกตัวอย่าง ตอนเดินอยู่ในพารากอน เป็นการเดินเที่ยวไม่เสียตังค์เลย เพราะเดินดูของเล่นกับร้านขายของประหลาดแล้ว point and laugh อย่างเดียว ผมก็โพล่ง ขณะที่กำลังจะเดินเข้าไป point and laugh ในร้านใหม่ ว่า
"Hahaha, this is like hanging in a themepark, and all these funny shops are like rides."
"Hell yeah, themepark! Haha, and there are also stupid people walking around, like clowns and mimes" อลิซ่าบอก พร้อมมองไปที่กลุ่มเด็กไทยใจเกาหลี ที่เดินหน้าดำหัวชี้อยู่ใกล้ๆ (น้องๆ เขาแต่งไม่ดูกายภาพตัวเองจริงๆ ครับ)
ในใจผมจะตอบว่า "ฮ่าๆๆๆ แต่เสียดายว่าเราแกล้งตัวตลกไม่ได้เหมือนในสวนสนุกน่ะสิ เอามือบีบจมูกตัวตลกงี้ เห็นกลุ่มเกาหลีตะกี้แล้ว อยากลองจิ้มหัวมันเล่น หัวพี่แกชี้เท่จริงๆ"
กว่าจะเรียบเรียงประโยคได้.. กลุ่มเด็กไทยใจเกาหลีก็หายไปแล้ว...
2. แปลมุกไม่ออก
ไม่ใช่แปลภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่มุกๆ หนึ่่งมันไม่ได้ขำเพียงเพราะเนื้อหา แต่มันขำเพราะคำและวลีที่ใช้ด้วย ซึ่งแน่นอนว่า วลีในไทยนั้น ใช่จะมีวลีภาษาอังกฤษที่มีความหมายและอารมณ์ตรงกันตลอด รวมถึงการใช้คำ ความคล้องจอง ล้วนแต่มีผลต่อความขำทั้งสิ้น แต่การจะถอดภาษาอังกฤษให้ได้นั้น... ยากจนอาจทำไม่ได้
ยกตัวอย่าง ขณะที่กำลังรถติดกันอยู่แถวสีลม และกำลังคุยเรื่อง โฮโบ (คนจรจัด) กันอยู่ จู่ๆ ก็มีโฮโบเดินมาโผล่ข้างรถจริงๆ แถมยิ้มให้อีกแน่ะ ก็เลยฮากัน ในกรณีนี้ถ้าเป็นคนไทยผมจะคอมเมนต์ว่า
"นึกถึงโจโฉ โจโฉก็มา แต่เอ็งนี่ นึกถึงโฮโบ โฮโบก็มา" (มันไม่ขำในที่นี่นะครับ แต่ในตอนนั้นจะขำมาก)
แปลเป็นอังกฤษ...
... แปลว่าอะไรล่ะฟะ??!! มันไม่มีสำนวน "นึกถึงโจโฉ" นี่หว่า แต่ถึงแปลตรงตัวออกมา มันก็ไม่คล้องจองกับ โฮโบ อยู่ดี สุดท้ายต้องเปลี่ยนมุก Hobo master คล้ายๆ โปเกมอน มาสเตอร์
"Damn, you're now officially a hobomaster... Hobomon, i chosu yu (เลียนเสียงญี่ปุ่น)"
3. คุณจะลืมภาษากาย
อย่างทีบอกว่า สีหน้า ท่าทาง ความกระตือรือร้นของคนเล่า มีผลเป็นอย่างมากต่อความขำ
แต่ตัวผม เวลาต้องคุยภาษาอังกฤษแล้ว ก็จะเหมือนกับต้องเปิด process เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งโปรเซสในหัว เป็นโปรเซสแปลภาษา เหมือนวินโดว์สยังไงยังงั้น
ทีนี้ ด้วยว่าซีพียูมันจำกัด มีโปรเซสแปลกๆ ขึ้นมา โปรเซสเก่า คือ ตัวควบคุมการดัดจริต สีหน้าท่าทาง ก็จะหายไป
ทำให้ต้องเล่ามุกแบบหน้าตาย สีหน้าซึมกระทือ ดูกลายเป็นคนซีเรียสกับชีวิต ทั้งๆ ที่จริงๆ กุจะเล่าเรื่องตลกนะนี่
พูดง่ายๆ ก็คือ มัวแต่พยายามแปลมุกตลกจนหน้านิ่วคิ้วขมวดนั่นแหละ สุดท้ายโดนถาม Are you having and urge to poop or what?
4. มันฟังมุกไม่เข้าใจ
ไม่ใช่ว่าทักษะ speaking การออกเสียง ห่วยหรอกครับ แต่ว่า มุกหลายๆ มุกมันอิงวัฒนธรรมครับ มุกมันอิง หนัง เพลง วิทยุ โฆษณา วรรณกรรม ที่เราเจอมาตั้งแต่เด็กๆ
ดังนั้น ต่อให้เราแปลออก เล่นทัน สีหน้าตื่นเต้น แต่ฝรั่งที่ฟังเขาไม่เข้าใจมุก ไม่รู้จักสิ่งที่เรายกมา มันก็ไม่ขำหรอกครับ ผมทำท่าเบ่งพลังดราก้อนบอล พร้อมทำเสียง หวีๆๆ (นึกออกใช่มั้ยครับ เสียงเบ่งพลัง) แต่ฝรั่งเขาไม่เคยโตมาพร้อมกับดรากอนบอลเหมือนเรา ก็ไม่ขำ
ทำให้มุกหลายๆ มุก ที่ผมคิดได้ เลยไม่ได้เกิด (ไม่ได้เกิดคือไม่ได้เล่นนะครับ ไม่ใช่เล่นแล้วแป้ก แฮะๆ)
ดีแต่ว่าเล่นเน็ตบ่อย เลยเล่นมุกอเมริกันได้บ้าง Yo, yo !! Who da man, Bitch! พลางหยิบหมวก pimp ใบหนึ่งมาใส่
ฮึ่ย ยังงี้ต้องชวนไปเที่ยวบ่อยๆ จะได้ฝึกเล่นมุกได้มากขึ้น (อุหิอุหิ สร้างความร้าวฉาน คืองานของเรา...
)
ส่วนถ้าจะถามว่า แล้วอะไรที่ง่ายที่สุดในภาษาอังกฤษ
...
เผื่อจะupskillไปเล่นมุขอังกฤษซะที เพราะมุขไทยเล่นแล้วแป้กเหลือเกิน เหอๆ
(ภาษาอังกฤษยังจะไม่รอดเลย)
#1 By TaLgY on 2008-02-25 00:02