รัฐศาสตร์จากเกม (2) เศรษฐกิจ
posted on 15 Feb 2008 15:26 by pastelsalad in Thinkering
Decentralization เศรษฐกิจไม่รวมศูนย์
ระบบไม่รวมศูนย์หมายถึงระบบเศรษฐกิจที่รัฐบาลกลางไม่ทำการแทรกแซงหรือจัดการกระบวนการผลิตของประเทศ ไม่ว่าในด้านใดๆ รัฐบาลจะไม่กำหนดโควต้า ไม่เข้าไปกำหนดว่าเรือกสวนไร่นา โรงงาน โรงมหรสพ หรือโรงเรียน จะผลิตอะไรออกมาอย่างไร ชาวสวนชาวไร่แต่ละคนจะตัดสินใจเอาเองว่าจะปลูกอะไรในที่ดินของตน เจ้าของโรงงานจะเลือกสินค้าที่จะผลิตเอาเอง และตัดสินใจเองว่าควรอัพเกรดโรงงานหรือไม่
ระบบเศรษฐกิจแบบอิสระโดยสมบูรณ์เช่นนี้อาจช่วยกระตุ้นการผลิตของประเทศได้อย่างมาก แต่ก็อาจนำไปสู่หายนะได้เช่นกัน ถ้ากหากเกษตรกรทั้งหมดหันมาผลิตฝ้ายกันอย่างพร้อมเพรียง ประชาชนในประเทศก็จะต้องหิวโหยกันถ้วนหน้า ถึงแม้ว่าอาจจะมีผ้าฝ้ายดีๆ ไว้ใช้ตัดเสื้อ จนทำให้เป็นประเทศที่ประชาชนแต่งตัวทีดี่สุดก็ตาม
Mercantilism พาณิชยนิยม
พาณิชยนิยมหมายถึงการที่รัฐบาลใช้นโยบายจัดการการผลิตของประเทศอย่างเข้มงวด รัฐบาลจะกำหนดว่าเกษตรกรคนใดควรปลูกอะไร ใครควรได้รับสิทธิ์การตัดเย็บกางเกง และใครสามารถผูกขาดการผลิตเสื้อเชิ้ต และอื่นๆ นอกจากนั้น รัฐบาลอาจสั่งห้ามนำเข้าสินค้าต่างประเทศก็ได้
ข้อดีของระบบพาณิชนิยมคือ การสามารถเชื่อใจได้ว่าความมั่งคั่งของประเทศจะยังคงอยู่ภายในประเทศ และประชาชนภายในประเทศจะไม่ต้องตกงานหรือสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะสินค้านำเข้า แต่ในทางตรงข้าม ความสำเร็จหรือความล้มเหลวทางเศรษฐกิจนั้นขึ้นอยู่กับคนเพียงกลุ่มหนึ่ง หรืออาจเป็นเพียงคนเดียวด้วยซ้ำ และถ้าหากผู้กุมอำนาจเหล่านี้ตัดสินใจผิดพลาด หรือโชคไม่ดี ประเทศทั้งประเทศต้องรับผลร้ายด้วยกัน นอกจากนี้ การห้ามสินค้านำเข้า จะจำกัดโอกาสในการที่ประชาชนจะได้พบกับสินค้าหรือความคิดใหม่ๆ จากต่างประเทศ และถ้าหากใครสักคนมีอำนาจผูกขาดสินค้าบางอย่าง คนๆ นั้นก็จะไม่มีความจำเป็นในการพัฒนาคุณภาพสินค้า หรือพยายามทำให้มันถูกลง
Free Market ตลาดเสรี
ระบบตลาดเสรีนั้นมีความส่วนคล้ายระบบไม่รวมศูนย์ตรงที่รัฐบาลจะไม่พยายามควบคุมราคา โควต้า และข้อกำหนดอื่นๆ ในการผลิต โดยมีสิ่งที่ควบคุมสภาพการผลิตคือ ตลาด ซึ่งก็คือความต้องการและอำนาจการซื้อของประชาชนนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ระบบตลาดเสรีต่างจากระบบไม่รวมศูนย์ตรงที่รัฐยังคงควบคุมระบบตลาดบางส่วนอยู่ เพื่อทำให้ตลาดนั้นเสรีและไม่ถูกรบกวนโดยกลุ่มผูกขาดหรือการคอร์รัปชั่น
รัฐอาจกำหนดให้ตลาดบางส่วนมีเสรี ในขณะที่การผลิตบางส่วนที่ส่งผลต่อการอยู่รอดของรัฐนั้นยังถูกควบคุมอยู่ ซึ่งในยุคปัจจุบัน การผลิตดังกล่าวมักเป็นการผลิตและแจกจ่ายพลังงาน และอาวุธ
State Property กรรมสิทธิ์รัฐ
ระบบกรรมสิทธิ์รัฐหมายถึงระบบเศรษฐกิจที่พลเมืองไม่สามารถมีทรัพย์สินส่วนตัวได้ ทุกๆ อย่างล้วนเป็นของรัฐทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน เรือกสวนไร่นา มหาวิทยาลัย ร้านของชำ และอื่นๆ เกือบทั้งหมด พลเมืองคนหนึ่งอาจมีเสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ หรือพาหนะ แต่สิ่งอื่นๆ ที่เขามีนั้นเขาล้วนได้รับมาจากรัฐ และรัฐสามารถเรียกคืนได้ตลอดเวลา
ในสังคมอุดมคตินั้น ประชาชนไม่มีความจำเป็นต้องมีทรัพย์สินส่วนตัวแต่อย่างใด ทุกๆ คน จะทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดเพื่อรัฐ และรัฐจะตอบแทนโดยการให้ปัจจัยที่แต่ละบุคคลต้องการ แต่ในความเป็นจริงแล้วระบบกรรมสิทธิ์รัฐนี้มีความยุติธรรมน้อยกว่าอุดมคติมาก โดยอุดมคติแล้วรัฐจะเป็นผู้ตัดสินว่าประชนชาแต่ละคนจะได้อะไร แต่ในความเป็นจริง การตัดสินเหล่านั้นล้วนทำโดยมนุษย์ ซึ่งเสี่ยงต่ออำนาจทางการเมือง เส้นสายญาติมิตร หรือการติดสินบน ซึ่งอาจทำให้ประชาชนรู้สึกว่าตนไม่ได้รับผลตอบแทนจากการกระทำของตนเอง จึงไม่มีแรงจูงใจให้พัฒนาคุณภาพ การคิดค้นหรือสร้างสรรค์ล้วนไร้สาระหากตัวผู้คิดไม่ได้รับผลตอบแทนโดยตรง
Environmentalism วิถีอิงสภาวะแวดล้อม
สังคมที่ใช้ระบบวิถึอิงสิ่งแวดล้อมจะเป็นสังคมที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อรักษาสมดุลกับธรรมชาติ โดยเน้นความสำคัญไปที่พลังงานหมุนเวียนและการรีไซเคิลผลิตภัณฑ์ทุกประเภทที่ทำได้ ซึ่งแน่นอนว่านี่เป็นเพียงความคิดเชิงอุดมคติเท่านั้น ในปัจจุบันยังไม่มีสังคมยุคใหม่ใดๆ บนโลก ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ที่สามารถอยู่ร่วมกับสภาพแวดล้อมได้อย่างมีดุลยภาพ
ข้อดีของระบบวิถีอิงสภาวะแวดล้อมนั้นมีมากมาย ไม่ใช่เพียงแต่เป็นเครื่องรับประกันว่ามนุษยชาติจะสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องสูญสิ้นไปเพราะความโลภและมลภาวะเท่านั้น แต่ประชาชนในสังคมที่ "เขียว" ยังมีอายุยืนยาวและสุขภาพแข็งแรงกว่า และสามารถใช้ชีวิตอยู่โดยมั่นใจได้ว่าลูกหลานของตนจะได้ชื่นชมกับโลกที่สวยงามเหมือนเช่นพวกเขาขณะนี้
โชคไม่ดีเป็นอย่างมาก ที่การเปลี่ยนเปลี่ยนดังกล่าวเกิดขึ้นได้ช้ามาก (ถ้าเกิดขึ้นจริงๆ) เนื่องจากประเทศมหาอำนาจที่ร่ำรวยล้วนแต่อิดเอื้อนในการลดปริมาณทรัพยากรที่ใช้ และอิหลักอิเหลื่อในการที่จะนำมาตรการทางการเมืองและการปฏิรูปตลาดสำหรับวิถีอิงสภาพแวดล้อมมาใช้อย่างจริงจัง ในขณะที่ประเทศยากจนต่างๆ ก็พยายามจะเดินรอยตามประเทศร่ำรวยโดยการโหมกำลังผลิตตามอย่าง สำหรับประเทศกำลังพัฒนาแล้ว กลุ่มควันจากปล่องโรงงานนั้นไม่ได้หมายถึงอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม แต่หมายถึงความก้าวหน้าและการพัฒนา
การเปลี่ยนแปลงสู่วิถีอิงสภาพแวดล้อมที่ชัดเจนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อถึงเวลาที่ภัยพิบัติมีความชัดเจนและมีระดับอันตรายสูงขึ้นเท่านั้น
โมเดลทางเศรษฐกิจของเกม Civilization IV นี่ทำได้ค่อนข้างสมจริงทีเดียวครับ มีการบอยคอตทางการค้ากันได้ และเศรษฐกิจที่ตกต่ำจะทำให้ประเทศของคุณเป็นง่อยในทันทีจริงๆ ทั้งทางการวิจัย วัฒนธรรม และความสุขของประชาชน (เงินคงคลังไม่ต้องพูดถึง)
แรงกดดันทางเศรษฐกิจก็ส่งผลต่อนโยบายต่างๆ เช่นกันครับ เช่นในสมัยยุคกลางนั้น ระบบการเงิน (ธนาคาร บรรษัท สกุลเงิน) ยังไม่มีการคิดค้น จึงเป็นช่วงที่เศรษฐกิจนอนตาย หนทางรอดทางหนึ่งก็คือ การขยายดินแดนและปล้นสะดมเพื่อนบ้านครับ ซึ่งนี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของสงครามในยุคกลางจริงๆ จริงๆ ก็ยุคปัจจุบันนี้ด้วยนะแหละ ทีต้องใช้เงินเลี้ยงกองทัพมากเกินไปจนต้องบุกประเทศเพื่อนบ้านเพื่อยึดน้ำมัน... (เกิดขึ้นในเกมจริงๆ นะ)
ไม่มีน้ำมัน? ค่าบำรุงรักษากองทัพมากเกินไป? แก้ปัญหาง่ายๆ บุกทะเลทรายสิครับ ดูดู๋ พวกบาบิโลนยังมีแต่ปืนคาบศิลาอยู่เลย จะสู้ทัพโซเวียตอันเกรียงไกรได้อย่างไร
ยิ่งในภาคเสริม Beyond the Sword นี้ สามารถก่อตั้งบริษัทข้ามชาติได้ ทำให้สามารถทำการยึดเมืองขึ้นทางเศรษฐกิจได้ดีขึ้นครับ โอ ผมเคยใช้บริษัทซูชิข้ามชาติล่อหลอกประชาชนเขมรจนเศรษฐกิจของเจ้าสุริยวรมันต์ที่สามเจ๊งไปแล้ว (แต่เราคนไทยไม่ต้องกลัวครับ ยังกินฟูจิกันได้ต่อ เพราะมีป๋าหมักดูแลประเทศให้แล้ว คือ เจ๊งขึ้นมาก็ไปขอก๋วยเตี๋ยวแขกป๋าหมักกินประทังชีพได้ครับ)
พาสเทลซูชิ เปิดสาขาในเวียนนาแล้ววันนี้ ไส้กรอกหรือจะสู้ความสดชื่นละลายในปากจากปลามากุโร่
ระบบ Environmentalism ก็อย่างที่เขียนบอกข้างบนเลยครับ ไม่เคยคิดจะใช้เลย เพราะใช้ Free trade แล้วประเทศมั่งคั่งคักๆ มีประชาชนป่วยนิดป่วยหน่อย ออดๆ แอดๆ อย่าบ่นน่า จนกระทั่งเจอ Global Warming strike your city เข้าตรงใกล้ๆ เมืองใหญ่ ฟาร์มราบพณาสูร อาหารหายไป 25% ประชาชนเริ่มอดตายนั่นแหละครับ ถึงได้สำนึกรีบแก้มลภาวะ ช่างตรงกับความเป็นจริงเสียจริงๆ
ลองหามาเล่นกันดูครับ... ลึกล้ำ ลึกล้ำ
สำหรับสเป็คเครื่องที่ถามมา เป็นดังนี้ครับ
Minimum System Requirements
![]()
|
Operating System: |
Windows® 2000/XP |
|
Processor: |
1.2 GHz Intel Pentium 4 or AMD Athlon processor or equivalent |
|
Memory: |
256 MB RAM (Windows 2000) / 512 MB RAM (Windows XP) |
|
Hard Disk Space: |
1.7 GB Free |
|
CD-ROM Drive : |
4X Speed |
|
Video: |
DirectX 9.0c-compatible 64 MB video card with Hardware T&L support ( GeForce 2/Radeon 7500 or better) |
|
Sound: |
DirectX 9.0c-compatible sound card |
|
DirectX®: |
DirectX® version 9.0c (included) or higher |
|
Operating System: |
Windows® 2000/XP |
|
Processor: |
1.8 GHz Intel Pentium 4 or AMD Athlon processor or equivalent |
|
Memory: |
512 MB RAM |
|
Hard Disk Space: |
1.7 GB Free |
|
CD-ROM Drive : |
4X Speed |
|
Video: |
128 MB Video Card w/ DirectX 8 support (pixel & vertex shaders) |
|
Sound: |
DirectX 9.0c-compatible sound card |
|
DirectX®: |
DirectX® version 9.0c (included) or higher |
ใครลองเล่นแล้วช่วงท้ายเกมเมืองขยายใหญ่จนกระตุก แนะนำให้เล่นแผนที่เล็กๆ ครับ
#1 By b613 on 2008-02-15 23:22