เหตุผลที่ไม่เรียนหมอ
posted on 27 Jan 2008 04:51 by pastelsalad in BS
ผมและเพื่อนๆ รอบตัวผมหลายคนเป็นคนฉลาดครับ
แหม่ดูมันพูดมาแบบไม่กระดากปาก ไม่มีความอายเลย (คนโง่มักอวดฉลาด)
แต่ผมและเพื่อนก็ไม่ได้เรียนหมอกัน...
ทั้งๆ ที่แน่นอนว่าพ่อแม่ญาติมิตรผู้ใหญ่ต่างๆ ในครอบครัวพวกผมก็ไม่ได้รอดพ้นจากกระแสค่านิยมไทยแท้แต่ร่วมสมัย "คนเก่งต้องเรียนหมอ" เลย ตอนเด็กๆ ก็ถูกฝังหัวด้วยซ้ำว่า หนูเรียนดีอย่างนี้ โตขึ้นต้องเรียนหมอนะ...
แต่ก็ต้านกระแสมาเรียนสายที่ชอบได้
ให้เหตุผลที่บ้านว่ายังไง จะรวบรวมประสบการณ์หลายๆ คนรอบตัวให้ฟัง
แต่ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่า ส่วนตัวไม่ได้มีปัญหากับแพทย์หรือวิชาการแพทย์แต่อย่างใด และสำเหนียกดีว่าคนเก่งๆ ส่วนหนึ่งก็ควรจะเรียนแพทย์ เพราะเวลาผ่าฟันคุด เราก็อยากได้ทันตแพทย์มือเที่ยง หรือเวลาเราปวดท้องจะเป็นจะตายโดยไม่ทราบสาเหตุ เราก็หวังให้หมอที่วินิจฉัยเรานั้นมีเซนส์ในการวิเคราะห์ที่เฉียบแหลม แน่นอนเป็นที่สุด
ที่มีปัญหาตอนนี้คือค่านิยมของสังคมเราต่างหาก คือ เด็กมักถูกบังคับให้ไปเรียนแพทย์กัน ทั้งๆ ที่ไม่ชอบ
ว่าแล้วก็เข้าเรื่อง มาฟังหมาจิ้งจอกพูดถึงองุ่นเปรี้ยวกัน
*คำเตือน*ผู้ประกอบอาชีพในวงการแพทย์และสาธารณสุข ไม่ควรอ่านเอนทรี่นี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะเจ้าของบล๊อกกลัวท่านจะจำเจ้าของบล๊อกได้และเกิดหมั่นไส้ ในขณะที่จขบ. กำลังนอนแบ๊บรอความเมตตาอยู่ในโรงพยาบาลหรือคลินิกของท่าน
"เรียนหมอสิลูก"
"ไม่!"
"ทำไมล่ะ?"
เพราะว่า...
1. มันหยะแหยง เรียนวิชาการแพทย์ ก็ต้องยุ่งกับร่างกายคน แล้วร่างกายคนมันน่าดูซะที่ไหนล่ะ เลือด หนอง น้ำเหลือง เมือก น้ำลาย กากในลำไส้ แอวะ~ ไม่สุนทรีย์จรรโลงใจเลย
ผมมีเพื่อนคนหนึ่งซึ่งฉลาดมากเป็นนักคณิตศาสตร์ท็อปไฟว์ของประเทศในรุ่นผม (อุปโลกน์กันเอาเอง) ขอเรียกมันว่าไอ้อ้วน
แฟนของไอ้อ้วนซึ่งเป็นว่าที่ศัลยแพทย์หญิง ได้บ่นเรื่องเรียนให้มันฟังทุกวัน จึงถือได้ว่าไอ้อ้วนนี่มีความรู้มือสองในธรรมชาติของการแพทย์บ้าง
ไอ้อ้วนมันได้พรรณาด้วยอารมณ์ติสต์ของมันถึงความหยะแหยงไว้ดังนี้
"มันเป็นศาสตร์สกปรก! ฮึ้ย มึงคิดดู น้ำหลงน้ำเหลือง อะไรต่ออะไร ไหลนอง เอามีดจิ้มลงไปที ทะลักขึ้นมา ปรี้ดๆ พุ่งเข้าหน้า แผลสดแผลเปื่อย แผลไฟไหม้ เลือดเขรอะน้ำหนองไหล ต้องดูดหนองดังจัํกๆๆ ! "
"...พักเที่ยงเสร็จ กินข้าวอิ่มๆ ต้องไปเก็บขี้เก็บเยี่ยวคนไข้เอามาส่องกล้อง! แถมมึงลองนึกเวลาผ่าท้อง กลิ่นขี้เน่าๆ ระเบิดออกมา! แม่งจะทำงานทีต้องเอาพิมเสนมาทาจมูก! อุตส่าห์เกิดมาฉลาดเสียเปล่า ต้องมาทำงานไร้รสนิยมแบบนี้ เฮ้อ.. กูก็ไม่เข้าใจ"
ประโยคหลังมันพูดถึงแฟนมัน แน่นอน แฟนมันไม่ได้ยิน
ตรงนี้ถ้าท่านญาติผู้ใหญ่แย้งว่า
เรียนไปสักพักเดี๋ยวก็ชินเอง... ก็ให้แย้งกลับไปว่า แล้วตอนเริ่มต้นปีสองปีแรกล่ะ
จะให้ทำใจยังไง ถ้าให้พ่อเอากล้องมาส่องขี้อุจจาระตัวเองตอนนี้น่ะพ่อเอามั้ย...
2. มันหวาดเสียว รู้มั้ยครับว่าทำไมเวลาเราดูรูปศพมนุษย์
หรือรูปตับไตไส้พุงคนแล้วรู้สึกหวาดเสียวระคนรังเกียจ ตามทฤษฎีของผมเป็นเพราะว่า
ธรรมชาติได้ออกแบบให้คนเราไม่อยากเห็นเผ่าพันธุ์เดียวกันตายไงครับ เป็นกลไกการป้องกันการฆ่ากันเอง
(หรืออย่างน้อยก็ป้องกันการฆ่าเพื่อดูเล่น) แต่ผู้ศึกษาวิชาการแพทย์
ได้ก้าวข้าวข้อจำกัดของมนุษย์เหล่านี้ไปเสียสิ้น ลองนึกดูว่า คุณจะกล้าเอามีดกรีดเหงือกไปตามรากฟัน
หรือกล้าเอามีดกรีดลูกตาผู้อื่นหรือเปล่า โอ้ววว
ว่าที่แพทย์กายภาพบำบัดสาวคนหนึ่งได้เล่าให้ผมฟังว่า
"เนี่ย วันก่อนตอนผ่าอ. ใหญ่ หนูลองผ่าไอ้นั่นของผู้ชายออกมาด้วย ถอดตรงหัวออกมาตั้งไว้เลย..."
ผมเลิกจีบเลยครับ
ตรงนี้ถ้าญาติผู้ใหญ่มามุกเดิมอีกว่า เรียนไปสักพักก็ชิน (ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์) ได้เองล่ะลูก ก็ให้แย้งกลับไปว่า งั้นเดี๋ยวผม/หนูขอยืมที่รองรีดของม๊าหน่อยนะ จะเอาไปทำเป็นโต๊ะผ่าตัดไว้ลองผ่าศพแมวที่มันโดนรถเหยียบตรงหน้าบ้านดู จะได้ชินๆ ไว้ก่อน
ถ้าตรงนี้พ่อเกิดบ้าจี้ให้ทำจริง ก็ให้ดำเนินแผนต่อไป โดยในขณะที่กำลังชำแหละศพแมวนั้น ให้ปั้นสีหน้าดื่มต่ำสะใจแสยะยิ้มมีความสุข พร้อมทำเสียงต่ำๆ ในลำคอดัง หิหิหิหิ.. ไปพลาง ปาดมีดไปพลาง ถ้าพ่อเห็นแล้วยังทนได้ขณะที่กำลังถอดหัวแมวจากสันหลัง ก็ให้เราเอามือไปลูบๆ ตรงเป้ากางเกง พร้อมกัดริมฝีปากร้อง อ๊าซซซ์ ไปด้วย ร้อยทั้งร้อยพ่อจะเลิกล้มความตั้งใจให้เราเรียนหมอทันที
แต่ถ้าพ่อยังโอเคอยู่ ให้ลองเช็คห้องใต้ดินในบ้าน และประวัติอาชญากรรมของพ่อดูทันที...
3. มันเหนื่อย เรียนแพทย์นั้นแน่นอนว่าเรียนหนักมาก แต่ที่แย่กว่านั้นคือ มันเรียนไม่เป็นเวลา เสาร์อาทิตย์อย่าคิดว่าจะได้หยุด กลางค่ำกลางคืนอย่าคิดว่าจะได้นอนเป็นเวลา แย่กว่านั้นอีก คือ สอบไม่เป็นเวลา ไม่ได้มีแบบสอบมิดเทอม ไฟนอล ชัดเจนเหมือนคณะอื่นเขา แต่จะสอบตลอดปีเลย แล้วแต่อาจารย์หมอว่างวันไหน อันนี้ผมคงเล่ารายละเอียดไม่ได้ แต่รู้สึกว่าใน exteen ก็จะมีว่าที่แพทย์ชายและว่าที่แพทย์หญิงเขียนเอนทรี่ บ่นๆ เรื่องพวกนี้กันเนืองๆ นะครับ แนะนำให้ลองอ่านดู จะรู้สึกดีที่ได้ไม่ได้เลือกเรียน ฮา
ไอ้อ้วนเพื่อนผมสมัยเรียนป.ตรี แทบจะไม่ได้ไปสังสรรค์กับเพื่อนตามแบบอย่างนักคณิตศาสตร์ขี้เกียจที่ดีเลย
ไม่ใช่ว่ามันขยันหรืออะไร แต่เพราะมันต้องไปอ่านหนังสือเป็นเพื่อนแฟนมันตลอด เลยได้รับการประนามว่าเป็นพวกกลัวเคารพเมียไปเรียบร้อย
ไอ้อ้วนได้เคยบ่นกับผมถึงแฟนมันในประเด็นนี้ไว้เหมือนเดิม คือ
"อุตส่าห์ฉลาด แทนที่จะเรียนอะไรสบายๆ นั่งเรียนนอนเรียน (แบบมันตอนนั้น) ดันต้องมาเรียนหามรุ่งหามค่ำ เฮ้อ "
แล้วก็ต้องรีบกลับไปนวดให้แฟนมันต่อหลังจบบทสนทนา
(To be continued..)
เหนื่อยแล้ว ย๊าวยาวด้วย เหลืออีกสองสามเหตุผล ค่อยมาต่อภาคหลังเมื่อมีอารมณ์ละกันนะจ๊ะ ตอนนี้ขอตัวไปชงกาแฟโต้รุ่งก่อน
ก็..เค้ายอมลำบากได้นี่คะ
เหอๆ เพื่อนผมเรียนหมอกันเต็มเลย ขณะที่ผมเป็นว่าที่ดีไซเนอร์อยู่คนเดียว 5555+ ก้นะ สยองกลัวเลือดกลัวหนองจริงๆ อ่ะ ตอนม.ต้นก็โดนเชียร์ให้เรียนหมอ ไม่เอาหรอก ไม่เก่งและก็ขี้เกียจงี้ เรียนไปก็ไม่รอดหรอก 555+
#1 By VAR on 2008-01-27 13:44