เด็กเล่นรถถัง
posted on 03 Aug 2007 23:58 by pastelsalad in Thinkering
ผู้หมวด: "ใส่หมวกแล้วหล่อเห็นมั้ยครับ "
เด็ก: (คิดในใจ) "เมื่อไหร่กุจะได้กลับไปเล่นคาบัล..."
เมื่อสองสามวันก่อนหน้านี้ ผมได้อ่านหนังสือ "ความน่าจะเป็นบนเส้นขนาน" ฉบับที่ห้า สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านความน่าจะเป็นบนเส้นขนานมาก่อน หนังสือเล่มนี้เป็นบันทึกจดหมายโต้ตอบของนักเขียนสองคน คือ คุณวินทร์ เลียววาริณ (ผู้เขียนประชาธิปไตยบนเส้นขนาน) กับคุณปราบดา หยุ่น (ผู้เขียน ความน่าจะเป็น) เนื่องจากผมเป็นแฟนผลงานของคุณวินทร์อยู่ก่อนแล้ว และหัวข้อสนทนาของทั้งคู่ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ผมจึงหยิบมาอ่านฆ่าเวลาระหว่างรอเวลาฉายหนังโดยไม่ลังเล (ค่าจ้างมือปืนไปฆ่าเวลา 135 บาทถ้วน)

ที่ผมชอบผลงานคุณวินทร์ เนื่องจากเขาและผมนั้นมีแนวคิดพ้องกันในหลายๆเรื่อง อาจจะเป็นเพราะชีวิตวัยเด็กคล้ายๆ กันก็เป็นได้ คือ เป็นเด็กไม่เข้าสังคมมากและใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับหนังสือ (ทุกๆแนว) ในบันทึกจดหมายเล่มที่ห้านี้ก็ยังคงน่าสนใจเช่นเดิม หัวข้อถกมีอาทิเช่น การวิพากษ์ประเพณีไทยในเรื่อง สุขสันต์วันงานศพ หรือวิจารณ์เรื่องการเมืองแบบเบาสมอง ใน กันยาฮาฮา หรือ รัฐประหารผ่านทฤษฎีสตริง
อ่า จริงๆไม่ได้จะมาวิจารณ์หนังสือ เข้าเรื่องดีกว่า ในความน่าจะเป็นบนเส้นขนานฉบับที่ห้านี้ มีข้อความตอนหนึ่งของคุณวินทร์กล่าวว่า
"ในวันเด็กที่เพิ่งผ่านพ้น เห็นเด็กๆ พากันปีนป่ายบนรถถังจริง เล่นกับอาวุธหนักแล้วหดหู่ครับ ประเพณีเด็กเล่นอาวุธจริงในวันเด็กมีมาตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก และน่าจะเป็นประเพณีที่เลิกได้แล้ว พาเด็กไปเล่นอาวุธจริงตั้งแต่เล็ก ช่าง 'ไร้เดียงสาจนเอาเป็นส่ำอะไรไม่ได้!' "
?
อืม อันนี้ผมขอแย้งครับ
การที่เด็กคุ้นเคยและชอบอาวุธยุทโธปกรณ์ ไม่ได้แปลว่าเด็กคนนั้นโตขึ้นแล้วจะเอาอาวุธมาไล่ยิงคนเล่น (เหมือนในข่าวเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา) หรือโตเป็นผู้นำที่เป็นโรคบุชชิซึ่ม (Bushism) ชอบเอากำลังทหารไปถล่มประเทศอื่นเล่น ขนาดวัยรุ่นชายบางคนตอนเด็กๆ เล่นรถถังจำลอง เล่นหุ่นทหาร เล่นปืนอัดลม วันเด็กไปปีนฮ. ที่กองบินทุกปี โตขึ้นมามันยังกลายเป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ต้องทาลิปมัน โหลดริงโทน เล่นเกมออนไลน์ ซิ่งรถกินหญิง (ยืมสำนวนเสธ. แดง) พวกแบบนี้เห็นบ่อยไป
ผมเห็นว่าการให้เด็กได้เล่นได้จับได้ลูบๆคลำๆ ของพวกนี้บ้าง เป็นเรื่องที่ดีครับ เพราะจะมีเด็กส่วนหนึ่งที่ชอบจริงๆ (เด็กผู้ชายต้องทหาร หุ่นยนต์ แล้วก็รถ อยู่แล้ว!) ที่วาดความฝันไว้ในใจว่า โตขึ้นจะเป็นทหารหรือทำงานเกี่ยวกับความมั่นคง ซึ่งนี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ประเทศเรายังต้องการอยู่ครับ ลองคิดดูดีๆ ว่า ถ้าไม่ได้ปลูกฝังเรื่องพวกนี้บ้างตั้งแต่เด็ก เด็กเก่งๆ ฉลาดๆ ที่ไหนมันจะอยากมาเสี่ยงชีวิตทำงานทหาร หรือวุ่นวายกับงานความมั่นคง? (ยกเว้นพวกที่เรียนนายร้อยเพื่อสร้างเส้นสายแล้วลาออกไปทำบริษัทโทรคมนาคม!) เด็กที่มาเรียนก็จะมีแต่พวกบ้าพลัง ไม่ก็ไม่รู้จะทำอะไรอย่างอื่น แล้ววงการทหารประเทศเราก็จะมีแต่พวกเฉื่อยๆ ย่ำอยู่กับที่ เหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้ไงครับ ดูสี่จังหวัดใต้เป็นตัวอย่าง
ยกตัวอย่าง ประเทศสิงคโปร์ตอนนี้ถึงขนาดต้องโฆษณากันยกใหญ่ให้คนมาสมัครทหาร เพราะมีแต่เทคโนโลยีอาวุธ แต่ไม่มีคนถือ ส่วนไทยเรามีคนเยอะแยะ แต่เป็นพวกเช้าชามเย็นชาม แถมไม่มีอาวุธพอให้ถือ!
อีกอย่างถ้ามีคนเก่งทำงานสายการวิจัยด้านความมั่นคงบ้าง ในด้านนโยบายและแผนเราก็จะมีหลักนิยมการทหารที่เหมาะสมกับประเทศเรา ไม่ใช่ไปลอกเวสต์พ็อยน์มาทั้งดุ้น เกิดเหตุอะไรเราก็ดำเนินการแก้ปัญหาได้ทันที--- มุสลิมหัวรุนแรงวางระเบิดภูเก็ตเรอะ? ไม่ต้องห่วง ไทยเรามีวิธีจัดการของเราโดยไม่ต้องไปแหย่รังมุสลิมโลก (เหมือนอเมริกา) ทางด้านยุทโธปกรณ์เราก็จะสามารถพึ่งตนเองได้ ไม่ต้องไปสั่งซื้อให้เสียดุลย์ปีละหลายหมื่นล้าน อาวุธ พาหนะ อะไหล่ไฮเทคพวกนี้ คนไทยเก่งๆ ทำได้ทั้งนั้น ถ้ามีการสนับสนุนให้ทำ อีกอย่างเทคโนโลยีทางการทหารพวกนี้สามารถนำเอาไปประยุกต์ใช้เชิงพาณิชย์หรือเชิงอุตสาหกรรมได้เยอะแยะ เผลอๆ ได้เทคโนโลยีเป็นของตัวเองอีก ลองคิดดูว่าของใช้ในการทหารต้องแม่นยำและทนทานขนาดไหน
ถ้ามีเทคโนโลยีที่ทำขนาดนี้ได้ ด้านอุตสาหกรรมสบายๆ
ไม่ปลูกฝังแต่เล็กแล้วเราจะมีเด็กเก่งๆ มาทำงานพวกนี้ได้ไงล่ะครับ?
อ๊ะมีบางคนแย้ง "แล้วจะพัฒนาด้านการทหารไปทำไมมากๆฟะ ไอ้พวกบ้าสงคราม เอาเงินเอาคนไปทำอย่างอื่นไม่ดีกว่าเรอะ ยุคนี้เขาไม่ทำสงครามกันแล้วโว้ย เขาสู้กันด้วยเศรษฐกิจ! "
อ้า ผมเรียกข้อความทำนองด้านบนนี้ว่า "ข้อโต้แย้งของฮิปปี้" เดี๋ยวจะมาเขียนต่อในคราวหน้าว่า "ทำไมเราถึงต้องการความแข็งแกร่งทางการทหาร" เอนทรี่นี้พอแค่นี้ก่อน เพราะยาวแล้ว (ยาว ไม่อ่าน)
เอาเป็นว่า
วันเด็กปีหน้าอย่าลืมพาลูกพาหลานไปปีนรถถัง ปีนเฮลิคอปเตอร์เล่นนะครับ
ปล.ช่วงนี้คุนภาสเถรขอคุย
มีแฟนบล็อคจำนวนมาก (สองคน) ถามว่าหายไปไหนมานาน ก็ต้องขอโทษด้วยครับที่จู่ๆ หายไป ไม่นึกว่าจะยังมีคนอ่านบล็อคผมด้วย ที่หายไปเดือนสองเดือนเนื่องจากวิกฤตชายวัยกลางคนครับ จริงๆ คือไปติดเกมออนไลน์นี่เอง เล่นไปเล่นมาชักรำคาญที่ตัวเองติด เลยจำศีลเล่นมันไม่หยุดหนึ่งอาทิตย์ จนโอเวอร์โดส ตายคาเครื่อง และเลิกเล่นได้ในที่สุดครับ หลังจากนั้นก็ต้องปรับวัฏจักรชีวิตให้กลับเข้าที่ ลำบากพอควร เด็กๆ ไม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง
ต้องขอขอบคุณลุงม้าแก่ด้วยครับที่เข้ามาถามไถ่ด้วยความห่วงใย ซึ้ง T^T ไม่เคยมีใครดีด้วยขนาดนี้มาก่อนในเน็ต ต้องขอโทษด้วยครับที่ไม่ได้เข้าไปทักทายลุงม้าเป็นเวลานาน ขอบคุณในความหวังดีและความห่วงใยของลุงม้าจริงๆครับ
หลังจากนี้ผมก็คงจะมาขับถ่ายของเสียลงในบล็อคเป็นระยะๆ ไม่ต้องห่วงว่าจะไปติดเกมออนไลน์อีก เพราะตอนนี้ติดเกม flight sim แทนแล้ว ฮ่าๆๆๆ หุย
#1 By * ฉาวอำ CHALAM ตัวหนังสือมีชีวิต * on 2007-08-04 03:11