สอบเกือบเสร็จแล้ว พักยาวสามวัน เหลืออีกตัวเดียว โย่ว
เลยมาบันทึกต่อซะหน่อย ยังเล่าของเก่าไม่หมดเลย วันนี้ก็โดนอีกแล้ว แต่ไม่น่ากลัวเท่าไหร่
วันนี้ขอบันทึกรูปแบบต่างๆหน่อยละกัน
ขอแบบไม่เครียดน่ากลัวนะ ไม่อยากบิวท์อารมณ์มาก นั่งพิมพ์อยู่ในห้องคนเดียว
ใครยังไม่ได้อ่านก็ไปอ่าน Pt 1 ละกัน สำหรับคำจำกัดความของ ผู้บุกรุกที่หัวเตียง

----------------------------------------------------------

ก่อนอื่นขอให้ดูผังห้องนอนผมก่อน


เป็นเตียงสองคน แต่ผมนอนคนเดียวครับ ที่นอนข้างๆยังว่างอยู่ สาวคนใดสนใจอยากครอบครองติดต่อได้ที่กล่องคอมเมนท์ข้างล่างนะครับ

รูปแบบที่หนึ่ง : ใครอยู่ที่ข้างเตียง?

เจอบ่อยที่สุด
นอนอยู่จู่ๆก็รู้สึกตัวขึ้นมา
ขยับตัวไม่ได้ อ้าวโดนอีกแล้วกู
จากนั้นจะรู้สึกได้ว่ามีใครยืนอยู่ข้างเีตียง

ใคร?

ไม่รู้สึกถึงรูปร่างครับ แต่ถ้าให้ถ่ายทอดจินตนาการก็เป็นเงาดำๆ มั้ง
สำัคัญที่ความรู้สึกของการคงอยู่มากกว่า
บางทีถ้าสติเข้มแข็งมากๆก็ไม่กลัวครับ
แต่ถ้าวันไหนไม่พร้อมนี่ จะกลัวมาก บางทีจะรู้สึกได้ถึงความประสงค์ร้าย
ความกลัวจะแล่นขึ้นสมอง สั่งตรงเลย
รูปแบบนี้จะยืนเฉยๆครับ


รูปแบบที่สอง : ใครนอนอยู่ข้างๆ?

ขณะที่เริ่มรู้สึกตัว และพบว่าขยับไม่ได้นั้น
พบว่าตัวเองอยู่ในท่าหันข้าง มองไปทางตู้เสื้อผ้า

รู้สึกได้ว่ามีอะไรอยู่ข้างหลัง

นอนอยู่ข้างๆในฟากเตียงที่ว่าง

รู้สึกถึงลมหายใจที่รดต้นคอ

พยายามฝืนขยับร่างกาย หันไปเผชิญหน้า

แต่สิ่งนั้นก็หายไปก่อนที่จะควบคุมร่างกายได้ทุกที


รูปแบบที่สาม : ใครอยู่ที่มุมห้อง/ หน้าประตู

เนื่องจากไฟทางเดินหน้าห้องเปิดอยู่ตลอดเวลา จึงมีแสงลอดออกมาใต้ประตูตลอด

เมื่อขยับร่างกายไม่ได้

จะเห็นเหมือนเป็นเงายืนอยู่ทีุ่มุมห้อง

ไม่สามารถชี้ได้ชัดเจนว่าเป็นเงาคน
แต่จะยืนอยู่เฉยๆอย่างนั้น แต่ก็มีบางทีที่เข้ามาใกล้เรื่อยๆ ด้วยความประสงค์ร้าย

บางทีก็รู้สึกเหมือนมีคนยืนรออยู่นอกประตู

หรือบางทีก็เหมือนประตูเปิดอยู่ และเห็นเงาคนที่นอกประตูนั้น....


รูปแบบที่สี่ : ก้าวร้าว

นานๆจะพบแบบนี้สักที ตั้งแต่เริ่มการเผชิญหน้ามาก็พบสองครั้งเอง

ครั้งแรก คือ รู้สึกตัวตื่นเพราะพบว่า มีคนกำลังเอาหมอนกดหน้าอยู่

ตอนแรกนึกว่าพี่ชาย แต่นึกขึ้นได้ว่าพี่ชายกลับบ้านไปนานแล้ว และผมก็อยู่ในห้องคนเดียว
พยายามฝืนสู้ หายใจไม่ออก อึดอัด... ขยับขาไม่ได้ ถูกกดอยู่.... ลมหายใจจะขาด

ทันใดนั้น หมอนก็ถูกยกออก หายใจออกอีกครั้ง รู้สึกได้ว่า มันกำลังหัวเราะด้วยความพอใจอยู่...

ครั้งที่สอง พบว่ามีใครสักคนคร่อมอกอยู่..

จากนั้นมันก็บีบปากผม... คือใช้มือมือเดียวบีบแก้มทั้งสองแก้มให้ปากจู๋น่ะ
ต่อต้านไม่ได้เหมือนกัน...

อันนี้จำรายละเอียดไม่ได้มาก...



ครบแล้วครับสี่รูปแบบหลัก ในการเผชิญหน้า บางทีก็กลัวบางทีก็ไม่กลัว แล้วแต่ว่ามีสติมากขนาดไหน อาจมีรูปแบบเล็กๆแบบอื่นอีกแต่ก็จำไม่ค่อยได้แล้ว หากเจอเพิ่มจะมาบันทึกไว้แล้วกันครับ


คราวหน้าจะมาพูดถึงการรับมือกับผู้บุกรุกครับ



ปล. ผมน่าสงสารใช่มั้ยล่ะ คนอะไรต้องทนเจอสิ่งน่ากลัวขนาดนี้เกือบทุกคืน เป็นคนอื่นสติแตกไปแล้ว คุณสามารถช่วยผมได้ครับ หากคุณมีคุณสมบัติดังนี้ :
- เป็นเพศหญิง อายุ 18-23 ขวบ
- หน้าตาดี
ใช่แล้วครับช่วยมานอนให้ผมกอดข้างๆหน่อย ผู้บุกรุกจะได้เกรงใจไม่กล้ามารบกวน แถมบางคืนจะได้ออกกำลังกันให้เหนื่อยหลับสบายตื่นอีกทีเช้าเลย กิ๊กกิ้ววว

ปล. 2 ออกกำลังที่ว่า ผมหมายถึงเป็นคู่ฝึกผมเล่นบาร์เบลนะ ช่วงนี้ขี้เกียจไปยิม ฮ่าๆ

ปล. 3 หุ่นเซ็กซี่น้อยลงแล้วเพราะสอบ อดข้าว ไม่มีเวลาเล่นเวท แย่ๆ









Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...

หุหุ ... ดูเหมือนผมจะโชคดีไปเลยนะที่นอนโซฟา ... อย่างน้อยผมก็ไม่มีพื้นที่ข้างๆพอให้ใครมานอนด้วยละวะ ... ^^"

สู้ๆนะคุณ ...
อย่างกะรับสมัครงานอ่ะ

#2 By BeTA on 2006-03-09 02:04

กริ๊กๆ
นี่เธอ มาเรียกดิฉันว่าเจ๊
ดิฉันอาจจะเป็นสาวสิบหกที่ปลอมตัวเป็นสาวใกล้สามสิบ
....เพื่อค้นหารักแท้ก็ได้นะยะ

เมื่อคืนหลังจากอ่านบล็อกของเธอ
ดิฉันก็เก็บไปฝันร้าย
รู้สึกเหมือนโดยผีอำในแนวเกลียว
...งง ละสิ ผีอำปกติจำอำแนวทับใช่ป่ะ

ดิฉันรู้สึกเหมือนโดนรัดอ่ะ เหมือนงูรัด
มันกึ่งหลับกึ่งตื่นพิกล
สวดมนต์ดีกว่า สวดมนต์เท่านั้นที่ผีกลัว
สวดมนต์ไป ใจก็คิดไปว่าไม่น่าอ่านบล็อกเธอเล้ย
...แถมวันนี้มาแนวเกลียว ทำไงดีวะ

เอ๊ะ หรือดิฉันจะฝันว่างูรัด
ตายห่า ถ้ากำลังฝันว่างูรัดจริง
สวดมนต์งูไปก็ซวยดิ เพราะโบราณเค้าว่าฝันว่างูรัดจะมีคู่
ถ้าสวดมนต์แล้วงูหนีไป ก็อดมีคู่
..ดิฉันก็ต้องอยู่บนคานต่อสิ

ระหว่างกำลังสับสนในความคิด
มันก็กลับมาเคลื่อนไหวตัวได้
..เอื้อมมือไปเปิดไฟได้
และต้องขบคิดต่อไปว่าผีอำหรือฝันว่าโดนงูรัด

ชีวิตเจ๊สับสนเลยอ่ะ
อ่า นอนคนเดียวเหมือนกัน ที่ข้างๆก็ว่าง - -
เป็นเด็ก Pcc ตรัง รุ่น 10 พี่รุ่น 4 ใช่มั้ย ทำไมพี่พูดเหมือน จภ.มันแย่แบบนั้นอะ หนูมาเรียนเองก็ไม่เห็นแย่ซักหน่อย แต่ยอมรับว่าอยากหนี แล้วก็หนีได้แล้วด้วย เพราะสอบติดที่อื่น ก็ไม่ได้บอกว่าอยากอยู่นะ แต่หนูก็เห็นว่าไม่เห็นมันเลวร้ายอะไรเลย อาจารย์ยังชมพวกพี่ๆรุ่นแรกๆกันอยู่เลย.. ถ้าไม่ติดที่กฏมันจุกจิกๆ ก็กะจะอยู่ต่อ
อา ตอนนี้จะบอกพี่ว่า จภ.ไฮโซขึ้นเยอะอะ -_- 6 ปีแล้ว พี่ก็ลองกลับมาดูมั่งนะ พี่พูดซะน่ากลัวเลยรู้มั้ย เหมือนแค้นกับ จภ ตรังมากมาย

ปล.ไปล่ะค่ะ แวะมาดูรุ่นพี่ รุ่น 4 ด้วยเลือดรักจุฬาภรณ์ที่ยังแฝงอยู่

#4 By `☆`บลูซาตาน`☆` on 2006-03-09 19:53

o[]o

ยอมรับเลยคับว่าสติดี...
ผมคงสติแตกถ้าเจอซะ 2-3 ครั้ง....
ยิ่งแบบหลังสุดเนี่ย..อืม...

#5 By atom on 2006-03-10 01:52

หาฉากมากั้นหน้าหน้องน้ำครับ
อาการป่วยไข้ไม่สบายจะลดลง...

นอนคนเดียวใช้หมอนใบเดียว

อย่านอนใต้คานบนเพดาน...

#6 By โก๋สิจ๊ะ on 2006-03-11 08:18

ไม่ได้มาอ่านนานเลย

ไม่รู้จะกลับมาอ่านตรงนี้หรือเปล่านะ

นอกจากหาฉากกั้นห้องน้าแล้ว
ดูที่ตู้เสื้อผ้าด้วย มีกระจกเงาหรือเปล่า
ถ้าส่องตรงที่นอน อาจทำให้ตกใจนะ
โบราณว่าไม่ค่อยดี

จริงๆเป็นบ้านเรา ไม่น่ามีอะไร
ไหว้พระบ้างนะครับ

#7 By พี่ซุป (58.8.130.41) on 2007-05-21 22:04

อาการที่เล่าเกิดจากอาการของคนนอนคนเดียวหรือคนที่กลัวผีนะคะ เลิกกลัวเมื่อไรหายทันทีคะ
อีกอย่างทำตามที่คุณโก๋สิจ๊ะ หาฉากมากั้นห้องน้ำ อย่านอนตรงใต้คาน ฮวงจุ้ยไม่ดีคะ

#8 By MayaKniGht on 2007-08-05 19:19

บรรยายภาพซะเหมาะกับเฮด

PastelSalad View my profile

Favourites