พอดีหนีภาระการอ่านหนังสือสอบด้วยการอ่านเรื่องชาวบ้าน แล้วไปเจอบลอคของเด็กคนนึงเข้า

ไอ้น้องนี่มันบอกว่าชีวิตว่างเปล่า ไร้ความหมาย

อื่ม ฉันก็เคยมีประสบการณ์อย่างนั้นนี่นะ ถึงขั้นต้องหาจิตแพทย์เลยทีเดียว
เอาล่ะ ก็เลยตอบเด็กมันไปหน่อย ว่าฉันผ่านวันนั้นมาได้ยังไง

กอมม็องเสร็จปุ๊บ เหลือบไปดูวันที่ อ้าว ไอ้นี่มันเขียนมาครึ่งปีแล้วนี่หว่า อุตส่าห์คอมเมนต์ไปตั้งยาว เสียดายว่ะ

งั้นเอามาแปะๆไว้ที่นี่ละกัน

----------------------------------

น้องชายเอ๋ย

ไอ้่ตูด

เป็นความจริงอยู่ทีเดียวที่ทุกอย่างในโลกนี้ล้วนว่างเปล่า
และไม่มีความหมาย
การคงอยู่ของเรานั้นไม่ได้มีความ
สลักสำคัญอะไรกับจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้เลยต่อให้มนุษย์
สูญพันธุ์ไปก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย


บางครั้งเราก็สับสนกับความจริงด้วยซ้ำว่าอะไรจริงอะไรไม่จริง อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าจริง

พี่ก็เคยเป็นเหมือนเอ็ง จมอยู่กับคำถามอจินไตยและความ
ว่างเปล่าของสรรพสิ่ง เกือบจะเรียกได้ว่าเป็นบ้าไปเลยมั้ง ช่วงนั้นทำอะไรไม่ได้และไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรเลย เพราะไม่รู้จะทำไปทำไม


บางคนก็บอกว่าเราอยู่เพื่อคนที่เรารัก เราอยู่เพื่อทำความดี เราอยู่เพื่อสังคม บลาๆๆ พี่รู้ว่าคำตอบเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้คนช่างสงสัยอย่างเอ็งพอใจเลย เหมือนกับที่มันไม่ได้ทำให้พี่พอใจในตอนนั้น

แต่รู้ไหมว่าพี่พ้นวันอันว่างเปล่าเหมือนที่เอ็งกำลังเผชิญ
อยู่ตอนนี้ได้อย่างไร?


ไม่ใช่เพราะมีคนมารัก ไม่ใช่เพราะพระธรรมคัมภีร์ และไม่ใช่เพราะจิตแพทย์

แต่เป็นเพราะเมื่อมาถึงจุดหนึ่ง พี่ตระหนักได้ว่า

"ถ้าตายได้ก็ดี แต่คนอย่างกูไม่ฆ่าตัวตายแน่ๆ"

"ในเมื่อกูไม่รู้จะตายเมื่อไหร่ ก็เป็นไปได้ว่าพรุ่งนี้อาจ
จะยังต้องมีชีวิตอยู่"


"และพรุ่งนี้กูก็ต้องมีข้าวกิน และต้องเป็นข้าวอร่อยด้วย" 

เท่านั้นละน้อง
พี่ก็เลิกคิดถึงความว่างเปล่าทันที
จะจริงไม่จริง จะมีความหมายหรือไม่ ก็ไม่รู้ แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือ พรุ่งนี้ฉันต้องมีข้าวกิน และต้องเป็นข้าวชั้นดี ไม่ใช่คุ้ยถังขยะกินด้วย

นั่นทำให้มีแรงให้มีชีวิตอยู่แล้วครับ เพราะต้องพัฒนาตัวเองให้หาข้าวอร่อยกินได้

พอเราเลิกคิดถึงความหมาย

เราก็จะมีเวลาชื่นชมกับความงามในสิ่งเล็กๆน้อยๆ
ที่อยู่รอบตัวเรามากขึ้น


ความงามของผู้คน ความงามของธรรมชาติ ความงามของการทำให้คนอื่นมีความสุข

ความงามมีเรียงรายอยู่เต็มสองข้างทาง เพียงแต่ว่าสมองเราว่างพอจะรับมันมั้ยเท่านั้นเอง

ซึ่งนั่นจะเป็นเชื้อเพลิงชั้นเยี่ยมต่อไปจากข้าวของพรุ่งนี้ครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

น่านจิ คิดเหมือนกันเลยอะ คิดว่าทุกอย่างมันว่างเปล่า ไม่มีอะไร เคยทุกข์จนคิดฆ่าตัวตายหลายครั้ง แต่พอมานึกถึงตัวเองที่เคยพูดกับตัวเองไว้ว่า "คนอย่างตรูไม่ยอมฆ่าตัวตายเด็ดขาด" เคยให้คำมั่นสัญญาไว้กับตัวเองแบบนี้ อยากตายก้ออยากตาย แต่จะไม่มีทางฆ่าตัวตาย แล้วก้อจำได้ว่าเคยบอกตัวเองด้วยว่า อยากลืมความรุสึกที่ไม่อยากฆ่าตัวตายนี้ ก้อมีชีวิดมานั่นอ่านบล๊อกของคุนอยู่ตอนนี้

#1 By OH-O ! ! on 2006-03-07 00:03

เง้ว

ทำไมเราคิดว่าทุกอย่างมันหนักทั้งนั้นเลยอ่ะ

งิงิ

ถ้าคิดว่ามันไม่มีอะไรมันก้ไม่สนุกดิ

สู้สู้ครับ บางทีในความว่างเปล่า ก็มีอะไรมากมายในนั้นครับ
ขอบคุณนะครับ สำหรับ คำแนะนำ

แต่ตอนนี้ก้อยังอยู่อย่างว่างเปล่า ทั้งที่ดู เหมือนไม่ว่างเปล่า

#4 By - LittleMonkey - on 2006-03-07 07:04

ชอบจัง
คำว่าไอ้ตูดเนี่ย...

ชีวิตผมไม่เคยว่างเปล่า
เพราะผมว่าผมยังไม่โตพอที่จะรู้สึกยังงั้น - -+

#5 By atom on 2006-03-07 22:30

...ชอบจังเลยอ่ะ...."พรุ่งนี้ต้องมีข้าวกินและต้องเป็นข้าวที่อร่อยด้วย" ...

เจ๋งว่ะ...

สำหรับเรานะ...เราว่า เราอยู่เพื่อจะทำอะไรหลายๆอย่างอ่ะ....เคยคิดอยากตายเหมือนกัน...แต่พอลองคิดว่าถ้าตายไป...ไอ้นั่นก็ยังไม่ได้ทำ ไอ้นี่ก็ยังไม่ได้ทำ....เลยรู้สึกเสียดาย...

อื่ม ชีวิตนี้มันก็มีทั้งสุขและทุกแหละนะ
คนที่เจอแต่ความสุขทั้งชีวิตคงถือว่าเป็นคนที่โชคดีที่สุดเลยค่ะ (แต่จะมีรึเปล่าก็ไม่รุ)

#7 By Mimirin on 2006-03-08 15:31

ความจริง หากไม่มองว่า ความหมายของชีวิตคืออะไร เราเกิดมาเพื่ออะไร
แต่น่าจะมองที่ว่า ควรจะใช้ชีวิตในทุกๆวันนี้อย่างไร
ให้มันดีที่สุด มีความสุขอยู่กับทุกๆเวลาคงจะดีกว่าอ่ะนะคะ ^^"

#8 By GuAvAsiS on 2006-03-08 15:51

News From GOD.

ทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ในปี 2006

#9 By วชิรเมธี (203.121.142.3) on 2006-10-10 18:14

PastelSalad View my profile

Favourites