อะไรคือความจริง? และความหมายของชีวิต
posted on 06 Mar 2006 23:48 by pastelsalad in Thinkering
พอดีหนีภาระการอ่านหนังสือสอบด้วยการอ่านเรื่องชาวบ้าน แล้วไปเจอบลอคของเด็กคนนึงเข้า
ไอ้น้องนี่มันบอกว่าชีวิตว่างเปล่า ไร้ความหมาย
อื่ม ฉันก็เคยมีประสบการณ์อย่างนั้นนี่นะ ถึงขั้นต้องหาจิตแพทย์เลยทีเดียว
เอาล่ะ ก็เลยตอบเด็กมันไปหน่อย ว่าฉันผ่านวันนั้นมาได้ยังไง
กอมม็องเสร็จปุ๊บ เหลือบไปดูวันที่ อ้าว ไอ้นี่มันเขียนมาครึ่งปีแล้วนี่หว่า อุตส่าห์คอมเมนต์ไปตั้งยาว เสียดายว่ะ
งั้นเอามาแปะๆไว้ที่นี่ละกัน
----------------------------------
น้องชายเอ๋ย
ไอ้่ตูด
เป็นความจริงอยู่ทีเดียวที่ทุกอย่างในโลกนี้ล้วนว่างเปล่า
และไม่มีความหมายการคงอยู่ของเรานั้นไม่ได้มีความ
สลักสำคัญอะไรกับจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้เลยต่อให้มนุษย์
สูญพันธุ์ไปก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย
บางครั้งเราก็สับสนกับความจริงด้วยซ้ำว่าอะไรจริงอะไรไม่จริง อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าจริง
พี่ก็เคยเป็นเหมือนเอ็ง จมอยู่กับคำถามอจินไตยและความ
ว่างเปล่าของสรรพสิ่ง เกือบจะเรียกได้ว่าเป็นบ้าไปเลยมั้ง ช่วงนั้นทำอะไรไม่ได้และไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรเลย เพราะไม่รู้จะทำไปทำไม
บางคนก็บอกว่าเราอยู่เพื่อคนที่เรารัก เราอยู่เพื่อทำความดี เราอยู่เพื่อสังคม บลาๆๆ พี่รู้ว่าคำตอบเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้คนช่างสงสัยอย่างเอ็งพอใจเลย เหมือนกับที่มันไม่ได้ทำให้พี่พอใจในตอนนั้น
แต่รู้ไหมว่าพี่พ้นวันอันว่างเปล่าเหมือนที่เอ็งกำลังเผชิญ
อยู่ตอนนี้ได้อย่างไร?
ไม่ใช่เพราะมีคนมารัก ไม่ใช่เพราะพระธรรมคัมภีร์ และไม่ใช่เพราะจิตแพทย์
แต่เป็นเพราะเมื่อมาถึงจุดหนึ่ง พี่ตระหนักได้ว่า
"ถ้าตายได้ก็ดี แต่คนอย่างกูไม่ฆ่าตัวตายแน่ๆ"
"ในเมื่อกูไม่รู้จะตายเมื่อไหร่ ก็เป็นไปได้ว่าพรุ่งนี้อาจ
จะยังต้องมีชีวิตอยู่"
"และพรุ่งนี้กูก็ต้องมีข้าวกิน และต้องเป็นข้าวอร่อยด้วย"
เท่านั้นละน้อง
พี่ก็เลิกคิดถึงความว่างเปล่าทันที
จะจริงไม่จริง จะมีความหมายหรือไม่ ก็ไม่รู้ แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือ พรุ่งนี้ฉันต้องมีข้าวกิน และต้องเป็นข้าวชั้นดี ไม่ใช่คุ้ยถังขยะกินด้วย
นั่นทำให้มีแรงให้มีชีวิตอยู่แล้วครับ เพราะต้องพัฒนาตัวเองให้หาข้าวอร่อยกินได้
พอเราเลิกคิดถึงความหมาย
เราก็จะมีเวลาชื่นชมกับความงามในสิ่งเล็กๆน้อยๆ
ที่อยู่รอบตัวเรามากขึ้น
ความงามของผู้คน ความงามของธรรมชาติ ความงามของการทำให้คนอื่นมีความสุข
ความงามมีเรียงรายอยู่เต็มสองข้างทาง เพียงแต่ว่าสมองเราว่างพอจะรับมันมั้ยเท่านั้นเอง
ซึ่งนั่นจะเป็นเชื้อเพลิงชั้นเยี่ยมต่อไปจากข้าวของพรุ่งนี้ครับ
ไอ้น้องนี่มันบอกว่าชีวิตว่างเปล่า ไร้ความหมาย
อื่ม ฉันก็เคยมีประสบการณ์อย่างนั้นนี่นะ ถึงขั้นต้องหาจิตแพทย์เลยทีเดียว
เอาล่ะ ก็เลยตอบเด็กมันไปหน่อย ว่าฉันผ่านวันนั้นมาได้ยังไง
กอมม็องเสร็จปุ๊บ เหลือบไปดูวันที่ อ้าว ไอ้นี่มันเขียนมาครึ่งปีแล้วนี่หว่า อุตส่าห์คอมเมนต์ไปตั้งยาว เสียดายว่ะ
งั้นเอามาแปะๆไว้ที่นี่ละกัน
----------------------------------
น้องชายเอ๋ย
ไอ้่ตูด
เป็นความจริงอยู่ทีเดียวที่ทุกอย่างในโลกนี้ล้วนว่างเปล่า
และไม่มีความหมายการคงอยู่ของเรานั้นไม่ได้มีความ
สลักสำคัญอะไรกับจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้เลยต่อให้มนุษย์
สูญพันธุ์ไปก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย
บางครั้งเราก็สับสนกับความจริงด้วยซ้ำว่าอะไรจริงอะไรไม่จริง อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าจริง
พี่ก็เคยเป็นเหมือนเอ็ง จมอยู่กับคำถามอจินไตยและความ
ว่างเปล่าของสรรพสิ่ง เกือบจะเรียกได้ว่าเป็นบ้าไปเลยมั้ง ช่วงนั้นทำอะไรไม่ได้และไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรเลย เพราะไม่รู้จะทำไปทำไม
บางคนก็บอกว่าเราอยู่เพื่อคนที่เรารัก เราอยู่เพื่อทำความดี เราอยู่เพื่อสังคม บลาๆๆ พี่รู้ว่าคำตอบเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้คนช่างสงสัยอย่างเอ็งพอใจเลย เหมือนกับที่มันไม่ได้ทำให้พี่พอใจในตอนนั้น
แต่รู้ไหมว่าพี่พ้นวันอันว่างเปล่าเหมือนที่เอ็งกำลังเผชิญ
อยู่ตอนนี้ได้อย่างไร?
ไม่ใช่เพราะมีคนมารัก ไม่ใช่เพราะพระธรรมคัมภีร์ และไม่ใช่เพราะจิตแพทย์
แต่เป็นเพราะเมื่อมาถึงจุดหนึ่ง พี่ตระหนักได้ว่า
"ถ้าตายได้ก็ดี แต่คนอย่างกูไม่ฆ่าตัวตายแน่ๆ"
"ในเมื่อกูไม่รู้จะตายเมื่อไหร่ ก็เป็นไปได้ว่าพรุ่งนี้อาจ
จะยังต้องมีชีวิตอยู่"
"และพรุ่งนี้กูก็ต้องมีข้าวกิน และต้องเป็นข้าวอร่อยด้วย"
เท่านั้นละน้อง
พี่ก็เลิกคิดถึงความว่างเปล่าทันที
จะจริงไม่จริง จะมีความหมายหรือไม่ ก็ไม่รู้ แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือ พรุ่งนี้ฉันต้องมีข้าวกิน และต้องเป็นข้าวชั้นดี ไม่ใช่คุ้ยถังขยะกินด้วย
นั่นทำให้มีแรงให้มีชีวิตอยู่แล้วครับ เพราะต้องพัฒนาตัวเองให้หาข้าวอร่อยกินได้
พอเราเลิกคิดถึงความหมาย
เราก็จะมีเวลาชื่นชมกับความงามในสิ่งเล็กๆน้อยๆ
ที่อยู่รอบตัวเรามากขึ้น
ความงามของผู้คน ความงามของธรรมชาติ ความงามของการทำให้คนอื่นมีความสุข
ความงามมีเรียงรายอยู่เต็มสองข้างทาง เพียงแต่ว่าสมองเราว่างพอจะรับมันมั้ยเท่านั้นเอง
ซึ่งนั่นจะเป็นเชื้อเพลิงชั้นเยี่ยมต่อไปจากข้าวของพรุ่งนี้ครับ
#1 By OH-O ! ! on 2006-03-07 00:03